ทลายโกดังน้ำมันเถื่อนกลางอ่างทองซุกกว่า 3 แสนลิตร มูลค่าพุ่ง 12 ล้านโยงขายแพงสิงห์บุรี

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการ ปคบ. พร้อมกำลังตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดและพาณิชย์จังหวัดอ่างทอง เข้าตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง จ.อ่างทอง

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ปคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนว่าปั๊มน้ำมันใน จ.สิงห์บุรี จำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินจริง ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก กระทั่งพบเบาะแสว่าน้ำมันทั้งหมดมีต้นทางจากโกดังลับแห่งนี้

การเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องตะลึง เมื่อพบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมหาศาลถูกกักเก็บไว้ภายในคลัง รวมกว่า 331,000 ลิตร มูลค่ารวมกว่า 12.5 ล้านบาท แยกเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 210,000 ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 จำนวน 73,000 ลิตร และน้ำมันดีเซลอีก 48,000 ลิตร

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงที่มาของน้ำมันและขอเอกสารหลักฐานการซื้อขาย รวมถึงใบเสร็จการชำระเงิน เจ้าของบริษัทกลับมีท่าทีพิรุธ อ้างเพียงว่ารับซื้อน้ำมันดีเซลมาในราคาลิตรละ 39.50 บาท ก่อนนำมาขายต่อในราคาสูงถึงลิตรละ 40.50 บาท แต่ไม่สามารถนำเอกสารใด ๆ มาแสดงได้แม้แต่ฉบับเดียว

พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า อาจเข้าข่ายลักลอบขนส่งน้ำมันเถื่อน หรือหลีกเลี่ยงภาษีสรรพสามิต จึงทำการอายัดน้ำมันทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจสอบคุณภาพและแหล่งที่มาที่กรมธุรกิจพลังงาน รวมถึงประสานกรมสรรพสามิตเพื่อตรวจสอบเส้นทางภาษีอย่างละเอียด

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ย้ำชัดว่า หากพบความผิดจริง จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกข้อหา “กรณีนี้หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นน้ำมันเถื่อน หรือมีการเลี่ยงภาษี จะถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด ไม่มีละเว้น” พร้อมสั่งขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนถึงปัญหาการลักลอบค้าพลังงานที่ยังคงฝังรากลึก และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคในวงกว้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมเดินหน้ากวาดล้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดวงจรน้ำมันเถื่อนที่บ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศ