นครพนมอ่วมพายุฤดูร้อนซัดบ้านพังยับกว่า 20 หลัง เสียหายเกือบ 500 ครัวเรือน

สถานการณ์ภัยธรรมชาติทวีความรุนแรง หลังพื้นที่จังหวัดนครพนมเผชิญพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนัก ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ โดยมีอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ก่อนจะปะทุเป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักในระยะเวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเย็นวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา

แรงพายุที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ครอบคลุม 7 อำเภอ ได้แก่ นาแก เรณูนคร ปลาปาก โพนสวรรค์ เมืองนครพนม ท่าอุเทน และศรีสงคราม ส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายรวมเกือบ 500 หลังคาเรือน ในจำนวนนี้มีบ้านที่พังเสียหายรุนแรงเกือบทั้งหลังมากกว่า 20 หลัง

นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายในโครงสร้างพื้นฐานหลายจุด ทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนน และเสาไฟฟ้าหักโค่น ส่งผลให้หลายหมู่บ้านต้องเผชิญกับไฟฟ้าดับ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในวงกว้าง

ด้าน ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้นำชุมชน เร่งสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

เบื้องต้นมีการประสานจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟู รวมถึงการจัดหาวัสดุสำหรับซ่อมแซมบ้านเรือน โดยบางครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายหนัก อาจต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมสูงกว่า 50,000 บาท

ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสภาพอากาศที่ยังคงร้อนจัด มีแนวโน้มทำให้เกิดพายุฤดูร้อนซ้ำได้อีกในระยะนี้

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความผันผวนของสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลของประชาชนที่ต้องเผชิญทั้งความร้อนจัดและภัยพิบัติที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว

ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม