
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายวิชา ประเสริฐศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้ากัดเซาะคอสะพานบริเวณบ้านห้วยปางผาง ซึ่งเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 108 จนพังเสียหายและขาดสะบั้น ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถนำรถสัญจรผ่านได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า 300 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 3 ในรอบฤดูฝนปีนี้ที่คอสะพานจุดเดิมถูกกระแสน้ำป่าพัดพัง หลังจากก่อนหน้านี้เกิดความเสียหายมาแล้วเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม และ 19 พฤษภาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้างที่เปราะบางและไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำหลากในช่วงฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวิชา กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งก่อสร้างสะพานหรือคอสะพานแบบถาวร เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางสายหลักและเป็นเส้นทางเพียงสายเดียวที่ใช้เดินทางเข้า-ออกหมู่บ้าน รวมถึงใช้สัญจรไปยังโรงเรียนบ้านห้วยปางผาง หากเกิดความเสียหายอีกจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ครู และนักเรียนทั้งหมู่บ้าน

ภายหลังเกิดเหตุ อบต.แม่เหาะได้เร่งนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมแซมและบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ด้วยการนำดินเข้าถมคอสะพานชั่วคราวเพื่อให้สามารถใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ดินที่ใช้ถมเกิดการอุ้มน้ำและอ่อนตัว ทำให้คอสะพานยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกกระแสน้ำกัดเซาะและพังซ้ำได้ทุกเมื่อ
นายก อบต.แม่เหาะ ยอมรับว่า การก่อสร้างสะพานถาวรเกินขีดความสามารถด้านงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเตรียมเสนอเรื่องผ่านอำเภอแม่สะเรียงไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการก่อสร้างอย่างถาวร

ทั้งนี้ อบต.แม่เหาะจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างปลอดภัยในช่วงฤดูฝน พร้อมผลักดันแนวทางแก้ไขระยะยาว เพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องเผชิญกับปัญหาถนนขาดและการเดินทางถูกตัดขาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกปีที่ฝนตกหนัก
ข่าว/ภาพ : นายทศพล บุญพัฒน์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน
