‘รื้อได้ แต่อย่ารื้อชีวิต’ เสียงสะท้อนผู้ค้าหาดนราทัศน์วอนรัฐชี้ทางออกก่อนสั่งทุบ

บรรยากาศการจัดระเบียบพื้นที่บริเวณหาดนราทัศน์ จังหวัดนราธิวาส กำลังกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ หลังมีแนวทางเข้มงวดในการจัดการร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำพื้นที่สาธารณะ โดยหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าหาดนราทัศน์ควรได้รับการฟื้นฟูให้กลับมามีความเป็นระเบียบและสวยงาม แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเลยผลกระทบต่อผู้ที่ประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่มายาวนาน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการรายหนึ่ง ซึ่งประกอบอาชีพค้าขายบริเวณหาดนราทัศน์มานานกว่า 20 ปี โดยเจ้าตัวยืนยันว่าเข้าใจดีว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ และพร้อมให้ความร่วมมือกับการจัดระเบียบของเทศบาล หากเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการมากที่สุดไม่ใช่เพียงคำสั่งรื้อถอน แต่คือความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตและแนวทางรองรับผู้ได้รับผลกระทบ

“ผมอยู่ตรงนี้มาหลายสมัย หลายนายกเทศมนตรีแล้ว เข้าใจว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ ถ้าจะจัดระเบียบก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ขอให้มีที่รองรับ จะให้ย้ายก็ต้องบอกว่าจะย้ายไปไหน คนทำมาหากินจะได้มีที่ยืน” ผู้ประกอบการกล่าว

ผู้ค้ารายดังกล่าวยังสะท้อนว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้มาจากร้านค้าดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการปล่อยปละละเลยให้มีการเข้ามาจับจองพื้นที่อย่างไร้ระบบตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดร้านค้าจำนวนมากรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ทั้งบริเวณถนน ริมน้ำ และพื้นที่พักผ่อนของประชาชน จนทำให้ภาพรวมของหาดนราทัศน์ขาดความเป็นระเบียบ

“ถ้าจะจัดจริงก็ต้องจัดให้ชัดว่าโซนไหนขายได้ โซนไหนขายไม่ได้ รับได้กี่ร้าน ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างตั้งจนเต็มพื้นที่” ผู้ประกอบการกล่าว

อีกประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับผู้ค้าจำนวนไม่น้อย คือมาตรการลงโทษและค่าปรับที่อาจสูงถึง 30,000 บาท ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นภาระหนักเกินกำลังของผู้ประกอบการรายย่อย โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดโอกาสให้ผู้ค้าได้ปรับตัว หรือร่วมกันหาแนวทางที่เหมาะสมก่อนดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากปัญหาร้านค้าแล้ว ยังมีเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ถึงการบริหารจัดการในอดีตที่ถูกปล่อยทิ้งมานาน ทั้งซากร้านค้าที่เลิกกิจการแล้วแต่ยังทิ้งสิ่งปลูกสร้างไว้ในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงปัญหาขยะสะสมและจุดรกร้างต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

ขณะที่กลุ่มประชาชนที่มาออกกำลังกายและใช้พื้นที่พักผ่อนบริเวณหาดนราทัศน์ โดยเฉพาะกลุ่มสตรีวัยเกษียณ ต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนการจัดระเบียบพื้นที่อย่างจริงจัง โดยมองว่าหาดนราทัศน์ในฐานะ “หน้าตาของเมืองนราธิวาส” ถูกปล่อยให้เสื่อมโทรมมาเป็นเวลานานเกินไป

“ขยะเยอะมาก ร้านค้าก็วางกันไม่เป็นระเบียบจนบดบังทัศนียภาพ ถ้าจะจัดระเบียบให้สวยงามเหมือนจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ก็เห็นด้วย แต่ต้องทำอย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนหนึ่งเสนอให้เทศบาลเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการ ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางพัฒนาหาดนราทัศน์ในระยะยาว ให้เป็นทั้งพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับชุมชนควบคู่กันไป

ท่ามกลางข้อถกเถียงที่เกิดขึ้น เสียงสะท้อนจากทั้งผู้ค้าและประชาชนกลับมีจุดร่วมสำคัญเดียวกัน คือการต้องการเห็นหาดนราทัศน์กลับมาสวยงาม เป็นระเบียบ และเป็นความภาคภูมิใจของคนทั้งจังหวัด เพียงแต่หนทางสู่เป้าหมายนั้นจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มากกว่าการใช้มาตรการบังคับเพียงด้านเดียว

ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส