วิกฤตเจ้าพระยา! สส.เต๋ารุดเยี่ยมชาวสามโคก ลั่น’เราจะไม่ทิ้งกัน’ฝ่ามหันตภัยน้ำท่วม

ส.ส.เต๋า-ศุภชัย นพขำ สวมหัวใจสิงห์ลุยน้ำท่วมสูงทะลักอำเภอสามโคก ปูพรมแจกถุงยังชีพถึงหน้าบ้าน พร้อมลุยรับฟังทุกความชอกช้ำของชาวบ้านริมเจ้าพระยา

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากระดับน้ำในแม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่ทางการเกษตร และเส้นทางสัญจรของพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย นพขำ หรือ “ส.ส.เต๋า” สส.ปทุมธานี ได้ระดมกำลังลงพื้นที่อย่างเร่งด่วนในอำเภอสามโคก ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เวลา 09.00 น. เริ่มต้นลุยเดี่ยวเข้าพื้นที่ตำบลท้ายเกาะ ก่อนจะเดินทางลัดเลาะต่อเนื่องไปยังตำบลบางกระบือ, ตำบลบางเตย, ตำบลกระแชง และสิ้นสุดที่ตำบลบางโพธิ์เหนือ เพื่อนำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ไปมอบให้ถึงมือพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก

การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำสิ่งของมาแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ “ส.ส.เต๋า” ยังเลือกที่จะเดินลุยน้ำเข้าไปพูดคุย รับฟังปัญหา และซักถามความเดือดร้อนของชาวบ้านแต่ละครัวเรือนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้ เพื่อนำข้อมูลและเสียงสะท้อนที่แท้จริงไปประสานงานกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการเร่งเยียวยาและหาทางออกระยะยาวต่อไป

“ในวันที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญกับความเดือดร้อนและความไม่แน่นอน สิ่งสำคัญไม่แพ้ถุงยังชีพ คือการได้เห็นว่ามีผู้แทนและหน่วยงานเข้ามาอยู่เคียงข้าง พร้อมรับฟังและช่วยกันแก้ไขปัญหา ผมขอยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และไม่ทิ้งให้พี่น้องชาวปทุมธานีต้องเผชิญชะตากรรมนี้เพียงลำพังอย่างแน่นอน” ส.ส.เต๋า กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในพื้นที่ดังกล่าวยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปริมาณน้ำยังคงทรงตัวและมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ส.ส.เต๋า ได้ฝากเตือนให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยย้ำชัดเจนว่าภารกิจในวันนี้คือการ “ลงพื้นที่ถึงประชาชน รับฟังปัญหาถึงบ้าน และนำปัญหากลับไปผลักดันเพื่อหาทางแก้ไข” เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด สมกับเจตนารมณ์ที่ว่า “ในวันที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญความเดือดร้อน เราจะไม่ทิ้งกัน”

ข่าว/ภาพ : พงพัทธ์ วงศ์ยะลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี