อันซีนนครพนม! จามจุรียักษ์วัดจอมศรีงามสะกดตาเชื่อพญานาคปกปัก

ที่บ้านนามะเขือ อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม ใต้ร่มเงาอันกว้างใหญ่ของ “ต้นจามจุรียักษ์” อายุกว่า 300 ปี ภายใน วัดจอมศรี กำลังกลายเป็นอันซีนแลนด์มาร์กที่ผู้คนกล่าวขาน จากต้นไม้ใหญ่ธรรมดา สู่สัญลักษณ์ศรัทธาที่เชื่อมโยงธรรมชาติ ตำนาน และความเชื่อเรื่องพญานาคเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าอัศจรรย์

จามจุรียักษ์ต้นนี้มีความสูงราว 10 เมตร วัดรอบลำต้นได้ประมาณ 7–8 เมตร กิ่งก้านนับร้อยกิ่งแผ่ขยายยาว 20–30 เมตร ปกคลุมทั่วบริเวณวัด เสมือนร่มธรรมชาติขนาดมหึมา โอบล้อมศาสนสถานทั้งผืนดินไว้ใต้เงาเดียวกัน ความพิเศษอยู่ที่กิ่งก้านซึ่งปกคลุมด้วยเฟิร์นและพืชอิงอาศัย สร้างภาพงดงามราวงานศิลป์ที่ธรรมชาติบรรจงแต่งแต้ม

ในฤดูฝน เรือนยอดจะเขียวชอุ่ม สดชื่นไปด้วยชีวิต ขณะที่ฤดูแล้งกิ่งก้านเปลือยใบ เผยโครงสร้างสีน้ำตาลเข้มชัดเจน ราวแกลเลอรีกลางแจ้งที่เปลี่ยนฉากตามฤดูกาล สร้างเสน่ห์แตกต่างในทุกช่วงเวลา จนหน่วยงานด้านวัฒนธรรมและป่าไม้เข้ามาสำรวจ จัดลำดับให้เป็นต้นไม้ใหญ่อันดับที่ 49 ของประเทศ และติดอันดับความงดงามระดับแนวหน้าของไทย

นอกจากความยิ่งใหญ่ทางกายภาพ จามจุรียักษ์ยังถูกเล่าขานในฐานะสถานที่สถิตขององค์พญานาคและรุกขเทวดาผู้ปกปักรักษา ชาวบ้านจึงยกให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน และเป็นหมุดหมายของสายมูที่เดินทางมากราบไหว้ไม่ขาดสาย

บริเวณโคนต้น ทางวัดได้ประดิษฐานพระนาคปรกให้ประชาชนสักการะ ขณะที่อุโบสถหลังใหม่ของวัด ซึ่งสร้างแล้วเสร็จจากแรงศรัทธาของผู้มีจิตบุญ โดดเด่นด้วยศิลปะล้านช้าง สีขาวบริสุทธิ์ทั้งหลัง ประดับประติมากรรมพญานาคคู่สีขาวบริเวณบันไดทางขึ้น และองค์ท้าวเวสสุวรรณให้สาธุชนกราบไหว้ขอพร เสริมให้บรรยากาศโดยรอบยิ่งขลังและงดงาม

วันนี้ วัดจอมศรีไม่ได้เป็นเพียงวัดโบราณในชนบท แต่กำลังกลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสายศรัทธาแห่งใหม่ของนครพนม ที่ผู้คนแวะเวียนมาทั้งเพื่อชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และร่วมทำบุญพัฒนาวัดตามกำลังศรัทธา

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์และบำรุงวัดได้โดยตรงที่วัดจอมศรี หรือติดต่อสอบถามที่หมายเลข 089-687-6352 รวมถึงร่วมบริจาคผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีวัดจอมศรี เลขที่ 677-9-99157-0

ใต้เงาจามจุรีที่ยืนหยัดมากว่าสามศตวรรษ ไม่เพียงรากไม้ที่หยั่งลึกลงผืนดิน หากแต่ยังมีรากศรัทธาที่หยั่งลึกลงในหัวใจผู้คน และยังคงเติบโตต่อไป…พร้อมตำนานที่ไม่มีวันเลือนหาย

ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม