เดิมพันศักดิ์ศรีบ้านใหญ่ภูมิใจไทยปะฉะดะเพื่อไทยลุ้นเดือดบุรีรัมย์ เขต 4

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ บรรยากาศการหาเสียงเลือกสส.บุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 4 ทวีความเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย นายพรรษศรณ์ สาครเสถียร หรือ “กรณ์” ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เบอร์ 5 พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่เดินขอคะแนนเสียงแบบเคาะประตูบ้าน สลับขึ้นรถแห่หาเสียงตามถนนและชุมชนในเขตอำเภอสตึก เพื่อแนะนำตัวและชูนโยบายหลักของพรรคอย่างใกล้ชิดกับประชาชน

การลงพื้นที่ครั้งนี้ นายพรรษศรณ์ ได้เน้นย้ำชุดนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและโครงสร้างชีวิตประชาชน อาทิ ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ คืนที่ดินให้ประชาชน คูปองซื้อปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์ บัญชีเงินฝากเด็กแรกเกิด 3,000 บาทต่อปี หวยเกษียณ โครงการเรียนได้งบ จบได้งาน การล้างหนี้ประชาชน ตลอดจนมาตรการปราบปรามยาเสพติดและขบวนการสแกมเมอร์อย่างจริงจัง ซึ่งได้รับการตอบรับจากชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างดี

นายพรรษศรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายจะเน้นการเดินเคาะประตูบ้านให้ครบทุกหมู่บ้าน แม้ประชาชนส่วนใหญ่จะออกไปทำไร่ทำนาในเวลากลางวัน แต่ทีมงานก็พยายามเข้าถึงให้ได้มากที่สุด พร้อมเล่าประสบการณ์ระหว่างลงพื้นที่ว่า ได้พูดคุยกับเด็กคนหนึ่งที่บอกว่าโตขึ้นอยากเป็น “ชาวนา” ทำให้รู้สึกมีกำลังใจและพลังที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนพัฒนาพื้นที่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร

ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยรายนี้ ยังแสดงความเชื่อมั่นใน ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค และแนวนโยบายโดยรวมว่าจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าได้ พร้อมย้ำว่า แม้หลายฝ่ายจะมองว่าสนามเลือกตั้งบุรีรัมย์เป็นพื้นที่ของบ้านใหญ่หรือเจ้าถิ่นเดิม แต่ตนเห็นว่าผู้สมัครทุกคนต่างอาสาเข้ามารับใช้ประชาชน และควรแข่งขันกันด้วยนโยบาย โดยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถปักธงในเขตนี้ได้

ขณะเดียวกัน ฝั่งพรรคภูมิใจไทย นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ หรือ “ภูมิ” ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 4 เบอร์ 3 บุตรชายของนายรังสิกร ทิมาตฤกะ อดีต สส.บุรีรัมย์หลายสมัย ได้จัดเวทีปราศรัยย่อยบริเวณลานหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก พร้อมเดินทักทายประชาชนที่มาร่วมรับฟังและแจกเอกสารแนะนำนโยบาย โดยมีนายรังสิกร ซึ่งลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ มาร่วมช่วยปราศรัยหาเสียงให้บุตรชายอย่างใกล้ชิด

บรรยากาศเวทีปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจากพื้นที่อำเภอสตึก แคนดง และอำเภอบ้านด่าน เข้าร่วมรับฟังประมาณ 2,000 คน นายชนกันต์ ได้กล่าวปราศรัยชูนโยบายพรรคภูมิใจไทย อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส การขยายสวัสดิการให้ครอบคลุมปู่ ย่า ตายาย อย่างเต็มรูปแบบ นโยบายรั้วชายแดนและระบบบาร์เตอร์เทรด เพื่อยกระดับราคาสินค้าเกษตร รวมถึงการแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชาอย่างเบ็ดเสร็จ หากพรรคได้กลับมาเป็นรัฐบาล

นอกจากนี้ ยังเน้นมาตรการป้องกันสแกมเมอร์ ยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทย โดยได้รับเสียงปรบมือจากประชาชนที่ต้องการเห็นปัญหาเหล่านี้ยุติลง เพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข

สำหรับ เขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย อำเภอสตึก อำเภอแคนดง และอำเภอบ้านด่าน (เฉพาะตำบลโนนขวาง และตำบลวังเหนือ) มีผู้สมัครทั้งหมด 7 คน โดยแชมป์เก่า คือ นายรังสิกร ทิมาตฤกะ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งคราวนี้ขยับไปลงบัญชีรายชื่อ และส่งบุตรชายลงสมัครแทน ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่า นายชนกันต์ อาจคว้าเก้าอี้ สส. สมัยแรก จากฐานเสียงเดิมของครอบครัวและกลุ่มการเมืองท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม คู่แข่งสำคัญจากหลายพรรค โดยเฉพาะกระแสการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ทำให้สนามนี้ยังเปิดกว้าง และต้องรอลุ้นผลการตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์