
สองคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไล่ประกบกลุ่มวัยรุ่นขณะเดินทางกลับบ้าน ก่อนคนซ้อนท้ายชักปืนยิงใส่ 4 นัด บาดเจ็บ 3 ราย ต้องพากันไปโรงพยาบาล ตำรวจตรวจจุดเกิดเหตุพบคราบเลือด ร่องรอยรถล้มและเศษชิ้นส่วนรถ แต่ไม่พบปลอกกระสุน เบื้องต้นคาดปมคู่อริในกลุ่มแข่งรถจักรยานยนต์ เร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุ
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ร.ต.ท.โบราณ พิธีรัตนนานนท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกยิงบาดเจ็บ 3 ราย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จึงนำกำลังตำรวจเดินทางไปตรวจสอบ พบแพทย์กำลังให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ผู้บาดเจ็บประกอบด้วย นายกูมูซาร์ ยูโซ๊ะ อายุ 18 ปี ชาว ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถูกยิงบริเวณต้นขาซ้าย นายซูนัยยัน มะดิง อายุ 18 ปี ชาว ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ได้รับบาดเจ็บบริเวณแก้มซ้าย และเยาวชนชายอายุ 16 ปี ชาว ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย
จากการสอบถามเยาวชนชายอายุ 16 ปี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและเพื่อนรวม 4 คน กำลังขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นฟอร์ซา 350 ทะเบียน 1 กล 5523 นราธิวาส เพื่อเดินทางกลับบ้าน

เมื่อมาถึงบริเวณจุดกลับรถทางไป ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ช่วงบ้านปูตะ หมู่ 3 ต.ละหาร อ.ยี่งอ มีชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมาจากด้านหลัง ก่อนเร่งเข้าประชิด แล้วคนที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่กลุ่มของตน 4 นัด กระสุนถูกเพื่อนทั้ง 3 คนได้รับบาดเจ็บ
หลังก่อเหตุ คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ส่วนกลุ่มผู้บาดเจ็บพากันขี่รถจักรยานยนต์ไปขอความช่วยเหลือที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ต่อมาเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.สันติ ศิริเกตุ รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ยี่งอ ประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่พบคราบเลือดบริเวณยูเทิร์น พร้อมร่องรอยรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำ และเศษชิ้นส่วนรถแตกเสียหายตกอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่พบปลอกกระสุนปืน จึงเก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวน

พ.ต.อ.สันติเปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจคาดว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นฝีมือคู่อริในกลุ่มที่ชอบจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์บนถนนสายดังกล่าว และคาดว่าผู้ก่อเหตุอาจใช้อาวุธปืนลูกโม่ อย่างไรก็ตาม ทั้งแรงจูงใจและชนิดอาวุธปืนยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนรวบรวมหลักฐาน เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

