
ย้อนรอยศรัทธาที่ผูกพันพระบารมี 2 มหาราช! ปทุมธานีจัดใหญ่สมโภชศาลหลักเมือง เปิดจวนผู้ว่าฯ หลังเก่า ชมประวัติศาสตร์–วัฒนธรรม พร้อมมหกรรมของดีเมืองปทุม
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี (หลังเก่า) อำเภอเมืองปทุมธานี นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายดงพล รุจิธรรมธัช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผศ.เกิดศิริ ทองศิริ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี ดร.สุนทรี รัตภาสกร รองอธิการบดีสายบริหารและบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ ผศ.ดร.ดรุณศักดิ์ ตติยะลาภะ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “อุ่นไอสุขเมืองปทุมฯ สมโภชศาลหลักเมืองปทุมธานี ปี 2569” ท่ามกลางหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่าย และประชาชนเข้าร่วมงาน

นายเอกวิทย์ เปิดเผยว่า ศาลหลักเมืองจังหวัดปทุมธานีไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง แต่ยังเป็น “ศูนย์รวมจิตใจและศรัทธา” ของชาวปทุมธานีที่สืบทอดมายาวนาน อีกทั้งมีประวัติศาสตร์สำคัญเชื่อมโยงกับพระบารมีของ 2 มหาราช
คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้พระราชทานนาม “พระปทุมธรรมราช” พระพุทธรูปประจำจังหวัดปทุมธานี และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองด้วยพระองค์เอง
ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว จังหวัดปทุมธานีจึงยึดวันที่ 23 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันประกอบพิธีสมโภชศาลหลักเมือง เนื่องจากตรงกับวันที่อัญเชิญเสาหลักเมืองมาประดิษฐาน ณ ศาลหลักเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2521 และสืบสานพิธีสำคัญนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับปี 2569 จังหวัดปทุมธานีผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสภาวัฒนธรรมจังหวัด จัดงานภายใต้เป้าหมายการพัฒนา “ทุกข์ลดลง สุขเพิ่มขึ้น” นำมิติแห่งศรัทธา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชนมารวมไว้ในงานเดียว
หนึ่งในภาพไฮไลต์สำคัญจะเกิดขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคม กับพิธีกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม ทั้งพิธีบวงสรวงพราหมณ์ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และการรำบวงสรวงสมโภชศาลหลักเมือง ซึ่งเตรียมสร้างความตระการตาด้วยอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย–รามัญ หรือมอญ โดยนางรำจากทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดปทุมธานี มากกว่า 1,000 คน ร่วมรำถวายในพิธีครั้งยิ่งใหญ่

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ การเปิด “จวนผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี (หลังเก่า)” ให้ประชาชนเข้าชม พร้อมนิทรรศการย้อนรอยประวัติศาสตร์ ณ จวนผู้ว่าฯ หลังเก่าและเรือนแพขาว ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของศาลหลักเมือง ตลอดจนความสำคัญของจังหวัดปทุมธานีที่เชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเปิดจุดถ่ายภาพย้อนยุค ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจ
ขณะเดียวกัน จังหวัดยังนำงานวัฒนธรรมมาเชื่อมโยงกับการสร้างรายได้ให้ประชาชน ผ่าน “มหกรรมสินค้าของดีเมืองปทุม” เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน สินค้าจากกลุ่มอาชีพ SMEs ตลอดจนสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด หวังให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานราก ขณะเดียวกันยังช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนและพี่น้องแรงงาน

ภายในงานยังจัดพื้นที่ให้ทั้ง 7 อำเภอของจังหวัดปทุมธานีนำของดีประจำถิ่น ทั้งอาหาร สินค้าบริโภค และผลิตภัณฑ์ OTOP มาจำหน่าย รวมถึงเปิดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดเทศบาลเมืองปทุมธานีเข้ามาจำหน่ายสินค้า “ฟรี” โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ตลอดช่วงการจัดงานยังมีกิจกรรมสร้างสีสันและความสุข ทั้งการแสดงดนตรีและคอนเสิร์ตจากศิลปิน เพื่อให้งานสมโภชศาลหลักเมืองปีนี้เป็นมากกว่างานประเพณี แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่คนทุกวัยสามารถเข้ามาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของเมืองปทุมธานีได้

จังหวัดปทุมธานีจึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสเสน่ห์ “เมืองใกล้กรุง” กราบสักการะศาลหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ชมวัฒนธรรมไทย–รามัญ ชิมอาหารอร่อย และเลือกซื้อของดีจากชุมชน ในงาน “อุ่นไอสุขเมืองปทุมฯ สมโภชศาลหลักเมืองปทุมธานี ปี 2569” ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม–1 กันยายน 2569 ณ สวนเทพปทุม ตำบลบางปรอก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
ข่าว/ภาพ : พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี
