133 ปีไม่เคยเลือน ‘อัฏฐมีบูชา’ วัดใหม่สุคนธารามสืบทอดศรัทธาข้ามศตวรรษ

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 บรรยากาศแห่งความศรัทธาและความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมไทยอบอวลทั่วบริเวณวัดใหม่สุคนธาราม ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมื่อ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดงานบุญประเพณี “อัฏฐมีบูชา” ครบรอบ 133 ปี ภายใต้โครงการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรม ท่ามกลางการเข้าร่วมของคณะสงฆ์ ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจำนวนมาก

ภายในงาน พระธรรมวชิรเจติยาจารย์ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร พร้อมคณะสงฆ์ ร่วมประกอบพิธีทางศาสนา ขณะที่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ต่างพร้อมใจกันร่วมสืบสานประเพณีสำคัญที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่าศตวรรษ

นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า วันอัฏฐมีบูชา หรือวันถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่วัดใหม่สุคนธารามและชาวตำบลวัดละมุดร่วมกันรักษาและสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในประเพณีสำคัญของจังหวัดนครปฐม และในปีนี้นับเป็นปีที่ 133 ของการจัดงาน

การจัดงานได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เทศบาลนครนครปฐม องค์การบริหารส่วนตำบลวัดละมุด ภาคเอกชน สื่อมวลชน และเครือข่ายชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่สืบไป

สำหรับงานบุญประเพณีอัฏฐมีบูชาประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายน โดยมีกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมหลากหลาย ทั้งขบวนแห่พุทธประวัติ ขบวนคติธรรม พิธีจำลองอัญเชิญพระบรมศพเวียนรอบมณฑลพิธี และพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าจำลอง ณ จิตกาธาน ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญที่สะท้อนความศรัทธาและความเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชน

นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า อาทิ การขับเสภา “อัฏฐมีบูชาวัดใหม่สุคนธาราม” โดยว่าที่ร้อยตรีสุเชา บัวแช่ม ครูวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การแสดงโขนเรื่อง “รามเกียรติ์ ตอน สุครีพถอนต้นรัง” การประกวดเทพธิดามณฑารพ การแข่งขันตะไลลอดบ่วง และการแสดงพลุเฉลิมฉลองในช่วงค่ำ

อีกหนึ่งภาพประทับใจที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงาน คือ การรำถวาย “พระพุทธปรินิพพาน มหาประชาบูชิต” โดยนางรำจำนวน 96 คน ซึ่งพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ผ้าไทยและเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน

ทั้งนี้ “พระพุทธปรินิพพาน มหาประชาบูชิต” เป็นนามที่พระธรรมวชิรเจติยาจารย์เมตตาตั้งให้ มีความหมายว่า “พระพุทธปรินิพพานอันมหาชนบูชา” สะท้อนถึงพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ปัจจุบัน การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชาในประเทศไทยเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งที่ยังคงรักษาธรรมเนียมไว้อย่างเข้มแข็ง ได้แก่ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดใหม่สุคนธาราม จังหวัดนครปฐม และวัดด่าน เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร จึงถือเป็นมรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2562 “ประเพณีอัฏฐมีบูชา” ยังได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และงานเทศกาล ตอกย้ำถึงความสำคัญของประเพณีที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นพลังสำคัญในการธำรงรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมของสังคมไทย

ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ งานบุญประเพณีอัฏฐมีบูชา 133 ปี จึงไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณีประจำปีเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความสามัคคี และความมุ่งมั่นของชุมชนในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดไป