
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมพหุภาคีเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การบริหารและจัดการศึกษาอิสลาม พร้อมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2569 โดยมี นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายพจนาถ ปัญญาศิลป์ รองอธิบดีกรมการศาสนา นายอาชัญ วันแอเลาะ นายกสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้แทนคณะกรรมการสมาคม หัวหน้าเขตการศึกษา หัวหน้าหน่วยสอบ คณะครูสอนศาสนาอิสลาม เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามประจำจังหวัดนนทบุรี เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และการสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันศาสนา จึงมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ทำงานร่วมกับองค์กรศาสนาและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการศึกษาทางศาสนาให้เข้มแข็ง ปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ เคารพความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างสันติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า กรมการศาสนาได้บูรณาการความร่วมมือกับคณะสงฆ์ องค์กรศาสนา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขยายโอกาสการศึกษาทางศาสนาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านแหล่งเรียนรู้ของแต่ละศาสนา มุ่งปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย

สำหรับพระพุทธศาสนา กรมการศาสนาได้สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ซึ่งคณะสงฆ์จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ศึกษาหลักธรรม ฝึกปฏิบัติธรรม และเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิต โดยในปีงบประมาณ 2569 มีศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่ได้รับการสนับสนุนจำนวน 2,645 ศูนย์ และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 780,822 คนทั่วประเทศ

ขณะที่ด้านศาสนาอิสลาม กรมการศาสนาได้ขับเคลื่อนการศึกษาผ่านศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิด (ศอม.) โดยร่วมมือกับสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเครือข่ายผู้จัดการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนให้เป็นระบบเดียวกัน ใช้หลักสูตรวิชาศาสนาอิสลามภาคบังคับ (ฟัรฎูอัยน์) เป็นแกนหลักในการพัฒนาเด็กและเยาวชนมุสลิมให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีจริยธรรม และสามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสันติ

ปัจจุบันมีศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดที่ได้รับอนุญาตจัดตั้งแล้วจำนวน 1,056 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่ 36 จังหวัดทั่วประเทศ ถือเป็นเครือข่ายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนมุสลิมและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า การประชุมพหุภาคีในครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาอิสลามของประเทศไทย เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยและการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรศาสนา และเครือข่ายผู้จัดการศึกษา

ภายในงาน กรมการศาสนาได้มอบรางวัลศูนย์อบรมศาสนาอิสลามและจริยธรรมประจำมัสยิดดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2569 จำนวน 10 ศูนย์ จาก 10 เขตการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจแก่ศูนย์อบรมฯ ที่มีผลงานโดดเด่น เป็นต้นแบบในการพัฒนาการศึกษาอิสลามและการปลูกฝังคุณธรรมให้แก่เด็กและเยาวชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า กระทรวงวัฒนธรรมและกรมการศาสนาจะเดินหน้าส่งเสริมการศึกษาทางศาสนาของทุกศาสนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางศาสนาให้เป็นพื้นที่สร้างคุณธรรม เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ และพัฒนาศักยภาพของเด็ก เยาวชน และประชาชน โดยใช้หลักธรรมของทุกศาสนาเป็นรากฐานในการพัฒนาคน พัฒนาชุมชน และร่วมกันสร้างสังคมไทยที่สงบสุข สมานฉันท์ และเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

