
นายกรัฐมนตรีปลุกจิตสำนึกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เป็นบุคคลสำคัญของรัฐบาลในการดูแลบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ประชาชน ย้ำไม่มีการอนุญาตให้ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่พกปืน รวมถึงเรื่องปราบปรามยาเสพติด ช่วยกันทำให้ประเทศชาติปลอดจากภัยความมั่นคงอย่างถาวร
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลแหนบทองคำ และประกาศเกียรติคุณแก่ “กำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม” ที่ได้รับรางวัลเป็นครั้งที่ 2 จำนวน 10 ราย พร้อมกล่าวชื่นชม ให้โอวาท และมอบนโยบายแก่กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ที่ทำเนียบรัฐบาล

พิธีดังกล่าวมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนกำนันผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยม เข้าร่วมพิธี
นายอนุทินกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณ พร้อมระบุว่า แม้วันนี้จะมีผู้ได้รับรางวัลเพียงส่วนหนึ่ง แต่เชื่อว่ายังมีกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศอีกจำนวนมากที่ทำงานด้วยความทุ่มเทและเสียสละ จึงขอส่งความปรารถนาดี ความเคารพ ความเชื่อมั่นและศรัทธาไปถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกคน

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” ซึ่งตรงกับวันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีว่า เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 คณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่างมีภารกิจลงพื้นที่ทั่วประเทศ และได้ขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่รับฟังปัญหา อุปสรรค ตลอดจนข้อเสนอแนะจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำกลับมาพิจารณาว่ารัฐบาลจะสนับสนุนอย่างไรให้การปฏิบัติภารกิจของกำนันผู้ใหญ่บ้านเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นายอนุทินยังกล่าวถึงมาตรการของฝ่ายปกครองที่กำนันผู้ใหญ่บ้านต้องยึดถืออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการพกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ พร้อมย้ำว่า แม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่สามารถพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะหรือออกนอกเคหสถานโดยไม่มีเหตุอันสมควรได้ ส่วนประชาชนทั่วไปยิ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายกรัฐมนตรี จึงขอความร่วมมือกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบผู้พกพาอาวุธปืนไปมาในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือสถานที่นอกบ้าน ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีการผ่อนผัน เพราะหากปล่อยปละละเลย เมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น อาวุธปืนอาจกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้นทันที พร้อมเตือนว่า ผู้ที่ใช้อาวุธปืนโดยไม่มีความชำนาญยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะอาจยิงผิดเป้าหมายและทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับอันตราย สังคมไทยจึงไม่สามารถปล่อยให้พฤติการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

นายอนุทินกล่าวย้ำกับกำนันผู้ใหญ่บ้านว่า ทุกคนถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะกับกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนรัฐบาลจึงต้องพบปะและรับฟังเสียงจากกำนันผู้ใหญ่บ้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจให้ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะกำนันผู้ใหญ่บ้านคือกลไกที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนและรับรู้ปัญหาในระดับพื้นที่โดยตรง
นายอนุทิน ระบุว่า หากทุกชุมชนช่วยกันทำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงและต่อต้านยาเสพติด ไม่ยอมให้ยาเสพติดเข้ามาฝังตัวในหมู่บ้าน พร้อมร่วมกันผลักดันให้ทุกหมู่บ้านและทุกตำบลเป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติด ประเทศไทยก็จะมีโอกาสลดปัญหาได้อย่างยั่งยืน

“ไปจับทีละ 20 ล้านเม็ด 50 ล้านเม็ด เต็มรถบรรทุกก็ไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าเขายังสามารถผลิตได้อยู่ ก็เพราะมีคนรอซื้อของเขาอยู่”
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าปัญหายาเสพติดจะต้องกลายเป็นศูนย์ในทันที แต่ขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยกันปลุกจิตสำนึก รณรงค์ ต่อต้าน และป้องกันยาเสพติดอย่างเต็มกำลังในพื้นที่ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ชุมชน และลดภัยคุกคามที่กระทบต่อความมั่นคงและอนาคตของประเทศอย่างถาวร


