
นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่าง สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โดยมีมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ในฐานะประธานคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา นายชิบ จิตนิยม กรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา ศาสตราจารย์ ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ พร้อมด้วยผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อาคารัฐสภา

ในโอกาสเดียวกัน ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล (MOA) ระหว่างสำนักพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กับคณะนิติศาสตร์ และคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ขั้นสูงจากสถาบันการศึกษาเข้ากับภารกิจด้านนิติบัญญัติอย่างเป็นระบบ

นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นการสร้างกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์ของวุฒิสภา เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนการทำงานของสมาชิกวุฒิสภา ครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรอย่างเป็นระบบ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่ยั่งยืน

สำหรับ การลงนาม MOU ด้านความร่วมมือทางวิชาการ ได้มีนางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา และศาสตราจารย์ ดร.ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ลงนามในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีนางสาวแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา และศาสตราจารย์ ดร.วิสาขา ภู่จินดา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ ร่วมลงนามเป็นพยาน

ขณะที่การลงนาม MOA ด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กับคณะนิติศาสตร์ โดยนางสาวแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา และรองศาสตราจารย์ ดร.อมรรัตน์ กุลสุจริต คณบดีคณะนิติศาสตร์ ร่วมลงนาม รวมถึงความร่วมมือกับคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ แก้วพิจิตร คณบดีคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ร่วมลงนาม

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการศึกษา การฝึกอบรม และการวิจัยในทุกระดับ ควบคู่กับการสร้างนวัตกรรมองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการนิติบัญญัติ การแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลและวิทยทรัพยากรร่วมกัน ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างฐานความรู้และยกระดับสมรรถนะของวุฒิสภาอย่างยั่งยืน