สตูลเปิดเวทีใหญ่! รวมพลัง 5 ศาสนา-14 จังหวัดใต้พลิกทุนวัฒนธรรมเป็นเงินปั้นเศรษฐกิจฐานราก

กรมการศาสนารวมพลัง 14 จังหวัดใต้ เปิดมหกรรม “สีสันแห่งศรัทธา” ที่สตูล ดึงพลัง 5 ศาสนา–ทุนวัฒนธรรม ปั้น Soft Power สร้างงาน สร้างรายได้ ปลุกเศรษฐกิจฐานราก

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดสตูล และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ จัดงาน “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร ภาคใต้” ภายใต้โครงการพลังบวรในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ณ ลานวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คฤหาสน์กูเด็น ต.พิมาน อ.เมืองสตูล จ.สตูล

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.ลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายกิตติพงษ์ แก้วยอดทอง วัฒนธรรมจังหวัดสตูล ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำ 5 ศาสนา ภาคีเครือข่ายชุมชนคุณธรรมพลังบวรจาก 14 จังหวัดภาคใต้ ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

งานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน “ชุมชนคุณธรรม” ด้วยพลัง “บวร” ผ่านการบูรณาการทุนทางศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้กลายเป็นพลังในการพัฒนาชุมชนอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายจาก 14 จังหวัดภาคใต้ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนำของดีจากแต่ละพื้นที่ออกสู่สายตาประชาชน

ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมทั้งสาระ ความรู้ และความบันเทิง ตั้งแต่การบรรยายเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน การบรรยาย “รวมพลังบวร สร้างเศรษฐกิจชุมชน” ในหัวข้อ “ตลาดออนไลน์ สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน” รวมถึงกิจกรรมเวิร์กช็อป เพื่อเสริมทักษะและเปิดช่องทางให้ชุมชนสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ “ชม ชิม ช็อป” ผ่านบูธแสดงสินค้าทางวัฒนธรรมกว่า 40 บูธ และนิทรรศการผลิตภัณฑ์จากชุมชนคุณธรรมพลังบวรครบทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงการสาธิตอาหารพื้นบ้านและภูมิปัญญาที่สะท้อนตัวตนของผู้คนในแต่ละท้องถิ่น

สีสันสำคัญยังอยู่ที่การนำเสนอมรดกวัฒนธรรมแดนใต้แบบเต็มอิ่ม ทั้งการแสดงวัฒนธรรมพหุศิลป์ถิ่นแดนใต้ “ว่าวควายระเริงรม” ภูมิปัญญาศิลป์ถิ่นสตูล วิถีชาวเลแห่งอันดามัน สีสันลายผ้าบาติก “จำปาดะ” ราชินีผลไม้แห่งเมืองสตูล “เคบาย่า” สู่มรดกโลก “ขวัญสตูล” ลีลาชาชัก และลิเกป่า สะท้อนความหลากหลายของผู้คน ศาสนา และวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันบนแผ่นดินภาคใต้

นอกจากนี้ ยังมีการแสดง Motion Mapping ชุด “สีสันแห่งศรัทธา รวมพลังบวร 14 จังหวัดภาคใต้” ตลอดจนการแสดงจากศิลปิน เบนซ์ จริยา, แอมป์ ซีทรู และน้องเพลง โรงเรียนเทศบาล 5 วัดหัวป้อมนอก สร้างสีสันให้กับงานตลอดการจัดกิจกรรม

สำหรับ “มหกรรมสีสันแห่งศรัทธา พัฒนาชุมชนคุณธรรมพลังบวร” ประจำปี 2569 กรมการศาสนาได้กระจายการจัดงานครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค เพื่อเชื่อมเครือข่ายชุมชนคุณธรรมทั่วประเทศ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดระหว่างวันที่ 12–14 มิถุนายน 2569 ณ ลานสาเกตนคร (หอโหวดร้อยเอ็ด) สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ บึงพลาญชัย อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

ส่วนภาคกลาง จัดระหว่างวันที่ 17–19 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณชายหาดพัทยากลาง เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะที่ภาคเหนือ จัดระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2569 ณ ลานรถม้า ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลำปาง อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง และปิดท้ายภาคใต้ ระหว่างวันที่ 7–9 สิงหาคม 2569 ณ ลานวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คฤหาสน์กูเด็น จ.สตูล

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งมั่นพลิกโฉมวัฒนธรรมไทย ให้เป็นหนึ่งในพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจ สังคม และ Soft Power ของประเทศ ควบคู่กับการสร้างคนดี มีคุณธรรม และเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็ง ผ่านความร่วมมือภายใต้แนวคิด “บวร” หรือ บ้าน วัด/ศาสนสถาน และโรงเรียน รวมถึงการผนึกกำลังจากหน่วยงานทุกภาคส่วน

หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์วัฒนธรรมให้อยู่ในพิพิธภัณฑ์หรือความทรงจำ แต่คือการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” มรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ยังคงมีชีวิต สามารถสร้างคุณค่า ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างรายได้กลับคืนสู่ประชาชนในชุมชน

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวอีกว่า การจัดมหกรรมครั้งนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายสำคัญด้าน “เศรษฐกิจวัฒนธรรม” ที่ต้องการแปลงทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กลายเป็นคุณค่าและมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับสูง หรือ High Value ผ่านการยกระดับผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม หรือ CPOT สร้างโอกาสให้เศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงอัตลักษณ์อันทรงคุณค่าของท้องถิ่นออกสู่สายตาสากล

เวทีสตูลจึงไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมวัฒนธรรม แต่ยังเป็นพื้นที่รวมพลังของเครือข่ายชุมชนคุณธรรมจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขยายผลความสำเร็จ และสร้างแรงบันดาลใจในการนำ “ศรัทธา” และ “วัฒนธรรม” มาเป็นต้นทุนพัฒนาบ้านเกิด

ประชาชนที่เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสเสน่ห์แดนใต้อย่างใกล้ชิด ทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชน ศิลปวัฒนธรรม อาหารพื้นบ้าน การสาธิตภูมิปัญญา และกิจกรรมที่สะท้อนความหลากหลายทางศาสนาและพหุวัฒนธรรม ถือเป็นอีกกลไกในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เป้าหมายปลายทาง คือทำให้ทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ฝังรากอยู่ในชุมชน ไม่เพียงได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น แต่สามารถแปรเปลี่ยนเป็น “พลังเศรษฐกิจ” ที่หล่อเลี้ยงชุมชน พร้อมผลักดันวัฒนธรรมไทยให้ก้าวไกลสู่อนาคตอย่างมั่นคง