
บอร์ดบริหาร กฟก. เคาะเอกฉันท์เลือก “สมคิด เชื้อคง” นั่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ ประกาศเดินหน้า 4 ภารกิจใหญ่ เร่งแก้หนี้ควบคู่ฟื้นอาชีพเกษตรกร จัดระบบบัญชีโปร่งใส ยกระดับดิจิทัล และพัฒนาบุคลากร หวังเปลี่ยน กฟก. ให้เป็น “ที่พึ่งเกษตรกร” อย่างแท้จริง พร้อมวางระบบดูแลหลังปลดหนี้ ป้องกันเกษตรกรกลับสู่วงจรหนี้ซ้ำ
ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 33/2569 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นายสมคิด เชื้อคง เป็นประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมเลือก นายกิตติพล ตะพานแก้ว เป็นรองประธานกรรมการบริหาร คนที่ 1 และ นายกุญชร สุธรรมวิจิตร เป็นรองประธานกรรมการบริหาร คนที่ 2
หลังรับตำแหน่ง นายสมคิดวางทิศทางการทำงานของ กฟก. ไว้ 4 ด้านสำคัญ โดยเรื่องแรกคือ “แก้หนี้ต้องเดินคู่กับฟื้นอาชีพ” ไม่ใช่เพียงลดภาระหนี้ แต่ต้องช่วยให้เกษตรกรกลับมายืนได้ด้วยตัวเอง มีรายได้ และมีความมั่นคงในระยะยาว ผ่านการสนับสนุนอาชีพ นวัตกรรม เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงตลาด

นายสมคิด เชื้อคง
ด้านที่สอง คือการเร่งจัดระบบบัญชีและการเงินให้ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารงบประมาณของกองทุน ขณะที่ด้านที่สามจะเร่งพัฒนาระบบดิจิทัล ทั้งระบบ Back Office และฐานข้อมูล เพื่อเชื่อมโยงการทำงานทั่วประเทศ ให้เจ้าหน้าที่ทำงานคล่องตัวและบริการเกษตรกรได้รวดเร็วขึ้น
ส่วนด้านที่สี่ คือการพัฒนาบุคลากร เพิ่มทักษะ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านและทำให้การทำงานของ กฟก. มีความต่อเนื่อง
นายสมคิดยังย้ำถึงการทำงานเชิงรุกและการสื่อสารกับเกษตรกร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจบทบาทของ กฟก. รู้สิทธิและเข้าถึงความช่วยเหลือได้ง่ายขึ้น ไม่ปล่อยให้เกษตรกรต้องเผชิญปัญหาหนี้เพียงลำพัง
ด้าน นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการร่างประกาศคณะกรรมการบริหาร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่ได้รับการจัดการหนี้ พ.ศ. 2569 เพื่อวางระบบนำเกษตรกรที่ผ่านการจัดการหนี้แล้วเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูอาชีพอย่างต่อเนื่อง
นางวรรณีระบุว่า เป้าหมายของกองทุนไม่ควรจบเพียงแค่การ “ปลดภาระหนี้” แต่ต้องทำให้เกษตรกรกลับมามีอาชีพ มีรายได้ พึ่งพาตนเอง และมีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคงขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงที่จะหวนกลับเข้าสู่วงจรหนี้อีกครั้ง
