
สศก.เดินเครื่อง “Single Map” ใช้ดาวเทียมผสาน AI และสำรวจถึงแปลงจริง เคลียร์ข้อมูลพื้นที่เกษตรทับซ้อน 5 พืชเศรษฐกิจ หวังสร้างฐานข้อมูลเดียวช่วยรัฐวางแผนผลิต-ตลาดแม่นยำขึ้น
นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. เดินหน้ายกระดับฐานข้อมูลพื้นที่เกษตรของประเทศ ผ่านกิจกรรม “การจัดทำแผนที่พืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว (Single Map)” ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ หวังแก้ปัญหาข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกไม่ตรงกันและพื้นที่ทับซ้อน เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่สะท้อนสภาพการเพาะปลูกจริง ใช้วางแผนการผลิตและตลาดได้แม่นยำขึ้น

ที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งการสลับชนิดพืช การโค่นแล้วปลูกใหม่ และการปลูกพืชตามฤดูกาล ขณะที่แต่ละหน่วยงานมีวิธีและช่วงเวลาจัดเก็บข้อมูลแตกต่างกัน ส่งผลให้ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกบางส่วนไม่สอดคล้อง หรือพื้นที่เดียวกันอาจถูกระบุเป็นพืชต่างชนิดจนเกิดการทับซ้อน
สศก. โดยศูนย์สารสนเทศการเกษตร จึงนำ Single Map มาใช้ตรวจสอบและปรับขอบเขตพื้นที่ปลูกพืชให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดปัญหาพื้นที่เดียวถูกนับซ้ำหรือตีความแตกต่างกัน พร้อมต่อยอดเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและภาพถ่ายดาวเทียมที่ใช้ติดตามพื้นที่เพาะปลูกและประเมินผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง

จุดสำคัญของโครงการคือการใช้ “ดาวเทียมควบคู่การลงพื้นที่จริง” เจ้าหน้าที่จะสำรวจแปลงเกษตร เก็บพิกัดและข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนนำมาตรวจสอบกับภาพถ่ายดาวเทียม พร้อมใช้ Machine Learning ด้วย XGBoost Model ช่วยวิเคราะห์และจำแนกพื้นที่พืช
แบบจำลองจะเรียนรู้จากข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียม และวิเคราะห์ดัชนีพืชพรรณหลายรูปแบบ ได้แก่ NDVI, SAVI, NDRE และ CI-Red ซึ่งช่วยแยกลักษณะของพืชในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะจุดที่ข้อมูลคลุมเครือหรือมีขอบเขตพืชหลายชนิดทับซ้อน เพิ่มความแม่นยำและสร้างมาตรฐานเดียวกันในการจำแนกพื้นที่เกษตร

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2568 ถึงปัจจุบัน สศก. ได้ตรวจสอบและปรับแก้ข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่ยืนต้นของพืชเศรษฐกิจสำคัญ 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้าวนาปี มันสำปะหลังโรงงาน สับปะรด ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการและนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายครอบคลุมแหล่งผลิตสำคัญทั่วประเทศ และจะเร่งสำรวจแปลงตัวอย่างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้
หลังจบการสำรวจภาคสนาม สศก. จะนำข้อมูลสภาพพื้นที่จริงไปประมวลผลร่วมกับภาพถ่ายจากดาวเทียม Sentinel-2A และ Sentinel-2B เพื่อพัฒนาการจำแนกชนิดพืช ก่อนตรวจสอบและแก้ไขจุดที่ยังมีข้อมูลทับซ้อน เป้าหมายคือสร้างฐานข้อมูลเชิงพื้นที่พืชเศรษฐกิจที่สอดคล้องและครอบคลุมทั่วประเทศ

ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ทั้งการจัดทำสถิติการเกษตร ติดตามสถานการณ์ผลิต ประเมินผลผลิต วางแผนการผลิตและการตลาด ตลอดจนสนับสนุนนโยบายสำคัญ เช่น การจัดทำ Geo-location ตามแนวทาง EU Deforestation Regulation (EUDR) ที่สำนักงาน กพ. ดำเนินการร่วมกับ NECTEC รวมถึงการคำนวณการดูดซับและปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ปาล์มน้ำมันและยางพาราของกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
นายชนวัฒน์ กล่าวว่า เป้าหมายของ Single Map ไม่ใช่เพียงทำให้แผนที่จากหลายแหล่ง “ตรงกัน” แต่ต้องทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลพื้นที่เกษตรที่มีคุณภาพและนำไปใช้ได้จริง เพราะเมื่อรู้ชัดว่าพืชแต่ละชนิดปลูกอยู่ตรงไหนและมีพื้นที่เท่าใด ก็จะช่วยให้การติดตามสถานการณ์ วางแผนการผลิต บริหารสินค้า และวางตลาดมีข้อมูลรองรับที่แม่นยำขึ้น

“สุดท้ายข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อเกษตรกร ผู้บริหาร และผู้ใช้ข้อมูลภาคเกษตร ทำให้การตัดสินใจอยู่บนฐานของสภาพพื้นที่จริงมากขึ้น” นายชนวัฒน์ กล่าว

