องคมนตรีนำถกใหญ่วางหมากยกระดับศูนย์ศึกษาฯ สร้างต้นแบบพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมหนุมาน 2 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญในการสืบสานพระราชปณิธานด้านการพัฒนาประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ในการประชุมมี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ที่ประชุมได้ร่วมกันวางแนวทางสำคัญในการยกระดับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่แบบครบวงจร เชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคีเครือข่าย เพื่อขยายผลความสำเร็จสู่ระดับชุมชนและระดับประเทศ อันเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริมาสู่การปฏิบัติที่จับต้องได้

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่มีการหารือ คือ การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผ่านการรับรองมาตรฐานสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงการขึ้นทะเบียนและจดแจ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และต่อยอดสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้าของโครงการ “ครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ สืบสานพระราชปณิธานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญในการเผยแพร่และต่อยอดองค์ความรู้จากแนวพระราชดำริสู่ประชาชนในวงกว้าง

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนองงานตามแนวพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงาน กปร. รวมถึงทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

“ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริไม่เพียงเป็นแหล่งศึกษา ทดลอง วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความหวังของชุมชน เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต และเป็นต้นแบบการพัฒนาแบบบูรณาการที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

พร้อมระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูทรัพยากรดิน น้ำ และป่าไม้ การบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง การพัฒนาระบบชลประทาน การอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชนบททั่วประเทศ

ปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความมั่นคงและยั่งยืน อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาว และนำไปสู่ประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง