
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ท่ามกลางความร่วมมือครั้งใหญ่จากเครือข่ายด้านวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ มุ่งจุดประกายเด็กและเยาวชนไทยให้พร้อมก้าวเข้าสู่โลกยุค AI และเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
พิธีเปิดจัดขึ้น ณ เวทีกลาง งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NSM) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง อว. และผู้แทนหน่วยงานพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การเตรียมเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ และความพร้อมรับมือกับโลกอนาคต จึงไม่ใช่เรื่องที่รอได้อีกต่อไป
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ปีนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงนำความรู้มาจัดแสดง แต่ต้องการสร้างพื้นที่แห่งประสบการณ์ เปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านการทดลอง ลงมือทำจริง ตั้งคำถาม และค้นหาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง

“สิ่งที่เราอยากเห็นจากงานนี้ไม่ใช่เพียงเด็กและเยาวชนได้รับความรู้ แต่ต้องเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำความรู้ไปต่อยอด ตั้งคำถามใหม่ และสร้างสิ่งใหม่ให้กับประเทศ เพราะกำลังคนคุณภาพคือพื้นฐานสำคัญของการสร้างประเทศไทยในอนาคต” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
พร้อมย้ำว่า วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญมากกว่าที่เคย เพราะสามารถนำมาใช้รับมือกับความท้าทายระดับโลก ตั้งแต่ปัญหาสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความมั่นคงทางอาหาร เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศและประชาชน

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ครั้งนี้เกิดจากพลังความร่วมมือของเครือข่ายมากกว่า 96 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ เพื่อทำให้ประชาชนเห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า “วิทยาศาสตร์” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน และสามารถนำไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้จริง
ภายในงานอัดแน่นด้วยนิทรรศการและกิจกรรมสำคัญ อาทิ นิทรรศการเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย นิทรรศการ AI Revolution เปิดโลกการเรียนรู้ทักษะมนุษย์ที่จำเป็นในยุคใหม่ นิทรรศการตามล่าหาแร่ Rare Earth รวมถึงนิทรรศการดอกไม้เปลี่ยนโลก และความลับของท้องทุ่ง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมล้ำสมัยจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. มาเปิดให้ประชาชนสัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำรวจดวงจันทร์ “CE-7MATCH” ผลงานฝีมือคนไทย ตอกย้ำศักยภาพนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยของประเทศบนเวทีเทคโนโลยีอวกาศ
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมรูปแบบ Interactive Learning ทั้ง Science Lab และ Coding & AI จาก อพวช. เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเปลี่ยนจาก “ผู้ชม” มาเป็น “ผู้ลงมือทำ” สนุกไปพร้อมกับการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง
ในโอกาสเดียวกัน ศ.ดร.ยศชนัน ได้มอบรางวัล Prime Minister’s Science Award 2026 เพื่อเชิดชูเกียรติผู้สร้างผลงานโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งสิ้น 7 รางวัล

แบ่งเป็นรางวัลระดับเยาวชน หรือ Project Award จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ ผลงานจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ซึ่งนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมเพื่อแก้โจทย์ปัญหาจริง ตั้งแต่ระบบควบคุมศัตรูพืชอัตโนมัติ ไบโอมาร์กเกอร์สำหรับคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การฟื้นฟูปะการัง การประยุกต์ AI เพื่อวินิจฉัยมาลาเรีย หรือ MalariaX ไปจนถึงแพลตฟอร์มคัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง StrokeSight
ขณะที่รางวัลระดับครู หรือ Teacher Award จำนวน 2 รางวัล มอบให้แก่นายสมโชค แก้วอุทัศน์ จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น และนางจันทร์จิรา ชัยอินทรีอาจ จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย สะท้อนให้เห็นพลังของครูและเยาวชนไทยในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และ AI มาต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาสังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับ “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” เปิดให้ประชาชนและเยาวชนเข้าร่วมค้นหาแรงบันดาลใจและเปิดโลกแห่งอนาคต ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
พร้อมกันนี้ กระทรวง อว. ยังเตรียมขยายโอกาสการเรียนรู้ไปสู่ภูมิภาค ผ่าน “มหกรรมวิทย์ฯ ภูมิภาค” ระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศเข้าถึงโลกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI พร้อมสร้างแรงบันดาลใจสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในอนาคต

