
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูส่งเสริมและต่อยอดศิลปะการชกมวยไทย “กิจกรรมชกมวยไทยรากหญ้าชายแดนใต้ ครั้งที่ 2” ที่เวทีมวยชั่วคราวแยกหน้าสวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัด โดยมี นางฟ้าสุวรรณ์ ตรุระจิตต์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลลำภู อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส กล่าวต้อนรับ มีนางขนิษฐา หอมยามเย็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ,นายกฤษณนันท์ กำไร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส และนายกสมาคมกีฬามวยไทยมรดกไทย นาย ณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ตลอดจน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนแฟนมวยในพื้นที่และนักท่องเที่ยวประเทศมาเลเซีย ได้เข้าร่วมรับชมเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,500 คน

สำหรับ เยาวชนที่เข้าแข่งขันมวยไทย ทั้งประเภทชายและหญิง รวม10 คู่มวย และเป็นเยาวชนนักมวยจากจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสตูล

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวชื่นชมทุกภาคส่วนที่บูรณาการจัดโครงการฯร่วมกัน จังหวัดนราธิวาสโดดเด่นเรื่อง พหุวัฒนธรรมและ ‘มวยไทย’ ก็ถือเป็นมรดกอันล้ำค่าที่นานาชาติให้การยอมรับ ซึ่งไม่ใช่แค่ศิลปะการต่อสู้ แต่คือ Soft Power ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างคน มวยไทยจะช่วยปลูกฝังจิตวิญญาณนักกีฬาให้เยาวชนไทย ได้มีร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็ง และห่างไกลจากอบายมุข ขอให้ลูกหลานทุกคนจงภูมิใจในรากเหง้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ และช่วยกันสืบสานมรดกนี้ให้คงอยู่ ต่อไป

นางฟ้าสุวรรณ์ ตรุระจิตต์ ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลลำภู กล่าวว่า สภาวัฒนธรรมฯ ร่วมกับ ศอ.บต. , เทศบาลเมืองนราธิวาส และสมาคมกีฬามวยไทยมรดกไทย สานต่อความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมชกมวยฯครั้งแรก ปี 2568 ซึ่งส่งผลให้เกิดค่ายมวยเยาวชนปลอดยาเสพติดขึ้นมากมายในพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัดฯ เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของจังหวัดนราธิวาส

ด้าน นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส และนายกกีฬามวยไทย มรดกไทย ให้พลังกำลังใจให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมว่า มวยไทยไม่ใช่เพียงการต่อสู้ แต่คือภูมิปัญญาที่สร้างวินัยและความกล้าหาญ การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือการ “คืนชีวิตให้มวยไทย” ในพื้นที่ชายแดนใต้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน ทั้งตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการผลักดันมวยไทยให้เป็น Soft Power สำคัญ ด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และในตอนนี้กีฬามวยไทยได้บรรจุให้กับโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมือง ให้เป็นหลักสูตร และเป็นวิชาเลือกให้กับน้องๆ เยาวชนในโรงเรียนเขตเทศบาลเมืองอีกด้วย
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส




