‘ธีรรัตน์’ ปลุกมหา’ลัยเลิกยึดติดใบปริญญาปั้น 9.5 ล้านคนทักษะสูงดันภารกิจใหม่ ‘ช่วยแก้จน’

ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาวิชาการ “นวัตกรรมการเกษตรยั่งยืน ครั้งที่ 3” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ทิศทางอุดมศึกษาต่อการพัฒนาประเทศ” โดยส่งสัญญาณชัดถึงความท้าทายครั้งใหญ่ของมหาวิทยาลัยไทย ท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว

ดร.ธีรรัตน์ กล่าวว่า สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการเข้ามาของ AI และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ทำให้อุดมศึกษาไทยไม่สามารถเดินอยู่บนเส้นทางเดิมได้อีกต่อไป จำเป็นต้องเร่งปรับบทบาทจากการมุ่ง “ผลิตบัณฑิตและใบปริญญา” ไปสู่การสร้าง “ทุนมนุษย์” ที่มีทักษะและสมรรถนะสูง สามารถตอบโจทย์ตลาดแรงงานและเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2570 ประเทศไทยจะต้องเพิ่มสัดส่วนกำลังคนทักษะสูงให้ได้ 25% หรือประมาณ 9.5 ล้านคน ควบคู่กับการยกระดับรายได้และเพิ่มผลิตภาพการผลิต เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนอุดมศึกษาไทยภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. กำลังเดินหน้าสู่ภารกิจใหม่ที่สำคัญ โดยต้องการเปลี่ยนมหาวิทยาลัยจากการเป็นเพียง “ผู้สอน” ให้ก้าวไปสู่การเป็น “ผู้ช่วยแก้จน” และเข้าไปมีส่วนร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญอันดับแรกคือ “ภาคการเกษตร” โดยนำองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้าไปช่วยยกระดับการผลิตและการแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น ชุมชนมีความเข้มแข็ง และสามารถสร้างฐานรายได้ที่มั่นคง พร้อมกับรักษาความหลากหลายทางชีวภาพให้คงอยู่ควบคู่กับการพัฒนา

ดร.ธีรรัตน์ ระบุว่า มหาวิทยาลัยจึงต้องเป็นมากกว่าสถานที่ผลิตบัณฑิต แต่ต้องเป็นกลไกหลักในการสร้างคน พัฒนาทักษะใหม่ เชื่อมโยงกำลังคนเข้ากับภาคการผลิต และที่สำคัญคือต้องนำงานวิจัยออกจากห้องทดลองไปสู่การใช้ประโยชน์จริง โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมเข้าไปยกระดับภาคการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตในแต่ละพื้นที่ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน

ช่วงท้ายของการปาฐกถา ดร.ธีรรัตน์ ย้ำถึงหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศว่า “อนาคตของประเทศไทยไม่ได้ถูกกำหนดโดยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกกำหนดโดยคุณภาพของคนไทย และมหาวิทยาลัยคือสถาบันหลักที่จะสร้างกำลังสำคัญเหล่านั้น เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป”

ทั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำว่า การศึกษา งานวิจัย และนวัตกรรมจะต้องถูกเชื่อมโยงเข้ากับภาคการเกษตรอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ท่ามกลางโลกที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว