
นราธิวาสเปิดม่าน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” ปลุกเสน่ห์ชายแดนใต้ผ่านศิลปะ อาหาร ผ้า ดนตรี และภูมิปัญญา ดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียร่วมคึกคัก
สีสันแห่งศิลปวัฒนธรรมชายแดนใต้ถูกปลุกให้มีชีวิตอีกครั้ง เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาสหลังเก่า อำเภอเมืองนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมมรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” เปิดพื้นที่โชว์ทุนทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงอัตลักษณ์ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และวิถีชุมชนชายแดนใต้ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ลงสู่ชุมชน

งานดังกล่าวจัดโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส ภายใต้โครงการส่งเสริมและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ชายแดนใต้ โดยมีนายอุทิศ อินทร์แก้ว วัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยนายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

ภายในงานอัดแน่นด้วยเสน่ห์วัฒนธรรมชายแดนใต้ ทั้งนิทรรศการ “มรดกวัฒนธรรมไทย : ภูมิทัศน์ผ่านกาลเวลา” และ “เสียงสะท้อนแห่งสยามสู่อาเซียน” การสาธิตและจำหน่ายอาหาร ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และสินค้าภูมิปัญญาจากนราธิวาส ปัตตานี และยะลา รวมกว่า 70 ร้านค้า ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีร่วมสมัย และแฟชั่นโชว์ผ้าไทย-ผ้าถิ่นชายแดนใต้สู่อาเซียน

สีสันยังมาจากศิลปินและการแสดงชื่อดัง ทั้ง เอกชัย ศรีวิชัย, RROW CREW “แร็พนายู ชายชนบท คนบ้านเรา” และมโนราห์คณะ “ไข่เหลี้ยม วิเชียรศรชัย” พร้อมเปิด Night Museum ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมฟรี
สำหรับไฮไลต์พิธีเปิดวันที่ 20 สิงหาคม มีการแสดงโขนตอน “ยกรบ” จากโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” การแสดง “มโนราห์มรดกวัฒนธรรมไทยสู่อาเซียน” และแฟชั่นโชว์ผ้าไทย-ผ้าถิ่นชายแดนใต้สู่อาเซียนโดยวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ก่อนเติมสีสันด้วยศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีร่วมสมัย และการแสดงจากวง “แฮมเมอร์”

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการแสดง Light & Sound & Mixed Media “เสียงกลองแห่งสยาม-มลายู : วิถีแห่งจังหวะและจิตวิญญาณร่วม” ถ่ายทอดสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมผ่าน 5 องก์ ตั้งแต่ “กำเนิดเสียงกลอง” “จังหวะแห่งแผ่นดิน” “เสียงกลองแห่งศรัทธา” “กลองแห่งมิตรภาพ” ไปจนถึง “เสียงกลองแห่งอนาคต” สะท้อนการอยู่ร่วมกันของผู้คนและวัฒนธรรมที่หลากหลายบนผืนแผ่นดินชายแดนใต้

นอกจากนี้ ยังมีการประกวดเครื่องดนตรีพื้นถิ่น กลองกุมปังและกรือโต๊ะ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้ สืบทอด และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา
มหกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีแสดงศิลปวัฒนธรรม แต่เป็นการนำ “ทุนวัฒนธรรมชายแดนใต้” ทั้งอาหาร ผ้า ดนตรี ศิลปะ ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญา และผลิตภัณฑ์ชุมชน มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการท่องเที่ยว และเปิดประตูให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านอาเซียนได้สัมผัสเสน่ห์ของนราธิวาสอย่างใกล้ชิด

งานจัดขึ้นบริเวณศาลากลางจังหวัดนราธิวาสหลังเก่า อำเภอเมืองนราธิวาส ระหว่างวันที่ 19-23 สิงหาคม 2569 เปิดพื้นที่ให้วัฒนธรรมชายแดนใต้ก้าวพ้นจากเรื่องราวในอดีต สู่พลังสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ และพาชุมชนเดินหน้าไปพร้อมกับการท่องเที่ยวในอนาคต
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส


