ปภ.จัดประชุมยกระดับขีดความสามารถเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติของประเทศ

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการพัฒนาการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และศักยภาพด้านการออกแบบและจัดการฝึกการป้องกันสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างมาตรฐานแนวทางการปฏิบัติในการออกแบบและจัดการฝึกรูปแบบต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักสากล เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติของประเทศ ณ โรงแรมเอสดีอเวนิว กรุงเทพมหานคร

นายชัยรัตน์ เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ความสำคัญการการเตรียมพร้อมป้องกันและสร้างองค์อความรู้เพื่อรับมือภัยพิบัติมาอย่างเสมอ และการฝึกซ้อมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถือเป็นมาตรการสำคัญหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย ด้วยการเตรียมความพร้อมซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการองค์ความรู้ที่ได้รับ ปภ. จึงได้จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการพัฒนาการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการในการจัดการฝึกฯ และสามารถวางแผนขับเคลื่อนการฝึกซ้อมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้สอดรับกับวัตถุประสงค์และบริบทที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยที่ยั่งยืนผ่านการทดสอบแผนเผชิญเหตุอย่างเป็นระบบ

สำหรับ การฝึกอบรมในรุ่นที่ 1 นี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 4 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กรม ปภ. ในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา เขต 6 ขอนแก่น เขต 7 สกลนคร เขต 13 อุบลราชธานี เขต 14 อุดรธานี และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง จำนวน 25 จังหวัด รวมจำนวน 62 คน โดยมีการบรรยายพื้นฐานกระบวนการจัดการฝึกซ้อม การแบ่งกลุ่มออกแบบการฝึกซ้อมบนโต๊ะ (TTX) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการเผชิญเหตุ และการถ่ายทอดเทคนิคการออกแบบสถานการณ์สมมติที่ซับซ้อน พร้อมกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของการฝึกซ้อม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการจัดทำแผน การฝึกซ้อมบนโต๊ะ (TTX) ที่ตอบสนองต่อภัยพิบัติ สามารถวิเคราะห์ช่องว่างของแผนเผชิญเหตุเดิม และสามารถปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจในภาวะวิกฤตให้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น

“ขอให้บุคลากร ปภ. ที่เข้ารับการฝึกอบรมครั้งนี้ นำทักษะที่ได้รับไปใช้ในการวิเคราะห์และปิดช่องว่างของแผนเผชิญเหตุสาธารณภัยเดิมในพื้นที่ของตนเองโดยนำมาตรฐานสากลที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่เพื่อให้การจัดการสาธารณภัยเป็นไปอย่างมีระบบและเป็นทิศทางเดียวกัน และนำความรู้ที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติฯ ไปใช้ยกระดับประสิทธิภาพในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติอย่างยั่งยืน”นายชัยรัตน์ฯ รองอธิบดี ปภ. กล่าว