
ผู้ว่าฯ นราธิวาสเปิดเทศกาลเมืองเก่า ณ ตรอกพิธาน ชวนสัมผัสท่าเรือเก่า อาหารพื้นถิ่น และวิถีริมแม่น้ำบางนรา หวังให้การท่องเที่ยวสร้างรายได้ถึงมือชุมชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง วันที่ 26–27 กันยายน 2569 ที่ชุมชนตลาดเก่า หรือ “ตรอกพิธาน” เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดงาน “เทศกาลเมืองเก่านราธิวาส” (Narathiwat Old Town Fest) ภายใต้โครงการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในบริบทเมืองเก่านราธิวาส โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ผู้นำชุมชน และประชาชนเข้าร่วม

หนึ่งในจุดเด่นของงานคืออาคารโรงแรมเก่าที่ได้รับการปรับปรุง โดยชั้นล่างเปิดเป็นพื้นที่นั่งรับประทานอาหารริมแม่น้ำบางนรา พร้อมการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่วนชั้นบนยังรักษารูปแบบห้องพักเดิมไว้ อาคารและพื้นที่แห่งนี้ผูกพันกับเรื่องเล่าท่าเรือเก่า ซึ่งในอดีตเป็นจุดเดินทางของชาวมุสลิมจากนราธิวาสที่ไปประกอบพิธีฮัจย์
ตลอดเส้นทางเข้างานมีภาพวาดฝีมือเยาวชนมัคคุเทศก์น้อย ถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชนในอดีต พร้อมร้านอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ของคนในพื้นที่ ผู้มาเยือนยังได้ชิมเมนูกำปง เช่น ฆูลากูนิง บูโบกาแจ และกือโปะทอด ร่วมฟังวงเสวนาเรื่องเมืองเก่าจากคนต่างรุ่น ล่องเรือชมวิถีริมแม่น้ำ 5 ชุมชน และชมการแสดงพื้นบ้าน

นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส กล่าวว่า ชุมชนเป็นผู้ริเริ่มนำแนวคิดจัดงานมาปรึกษา เทศบาลจึงเข้ามาช่วยปรับปรุงและทำความสะอาดอาคารที่เคยทรุดโทรม เพื่อให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
ด้านนายธนาณุวัฒน์ อุเซ็ง ประธานชุมชนตลาดเก่า กล่าวว่า ชุมชนมีประชากรกว่า 700 คน ใน 153 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนและออกเรือไม่ได้ รายได้ก็ได้รับผลกระทบ การเปิดชุมชนต้อนรับนักท่องเที่ยวจึงเป็นอีกทางในการเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสทำงานให้เยาวชน พร้อมขอบคุณเจ้าของพื้นที่ที่อนุเคราะห์ให้ใช้บริเวณท่าเรือเก่าจัดกิจกรรม

นายปกรณ์ ปรีชาวุฒิเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท รู้รักสามัคคีนราธิวาส (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด กล่าวว่า ชุมชนตลาดเก่ามีต้นทุนทั้งประวัติศาสตร์ อาหาร วัฒนธรรม และวิถีชีวิต เทศกาลนี้เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่นำเสนอเรื่องราวของตนเอง ควบคู่กับการดึงผู้มาเยือนให้เข้ามาจับจ่ายในชุมชน
นายบุญช่วยกล่าวว่า งานครั้งนี้จะช่วยให้เยาวชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และคุณค่าของบ้านเกิดจากพื้นที่จริง ก่อนนำเรื่องราวไปถ่ายทอดด้วยความภาคภูมิใจ ทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ในการดูแลเมืองเก่านราธิวาสให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ โดยยังรักษามรดกท้องถิ่นไว้ให้คนรุ่นต่อไป




