
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานชมรมคนทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์อนุรักษ์และปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ด้านหลังองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างชมรมคนทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) อบต.เมืองแฝก กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา ตลอดจนประชาชนและเยาวชนในพื้นที่

บรรยากาศเต็มไปด้วยพลังแห่งความจงรักภักดี เมื่อหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครู นักเรียน และประชาชนกว่า 500 คน พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง ร่วมประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พร้อมร่วมกล่าวคำปฏิญาณ “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” และร่วมกันปลูกไม้ยืนต้นนานาชนิดกว่า 2,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูระบบนิเวศ
ต้นไม้ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนจากชมรมคนทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) เทศบาลเมืองลำปลายมาศ สถานีเพาะชำกล้าไม้คูเมือง และสถานีเพาะชำกล้าไม้ละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยตั้งเป้าพัฒนาพื้นที่สวนป่าเฉลิมพระเกียรติให้เป็นทั้งแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติ แหล่งต้นน้ำ แหล่งอาหารของชุมชน และศูนย์เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

นายโสภณ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้นอกจากเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นการสนองพระราชปณิธานในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านจิตอาสาให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมกันเสียสละเพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ประธานชมรมคนทำดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน กล่าวว่า สวนป่าเฉลิมพระเกียรติแห่งนี้เกิดขึ้นจากวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งชมรมเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2558 ที่กำหนดแนวทางสำคัญไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การปฏิบัติธรรม การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิต และการปลูกต้นไม้ 99,999 ต้น บนพื้นที่กว่า 300 ไร่ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา
จากความร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับพระราชทานนามว่า “สวนป่าเฉลิมพระเกียรติ” ก่อนจะพัฒนาเป็นป่าชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งผักหวานป่า เห็ด และพืชอาหารธรรมชาติ เป็นสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย และเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของตำบลเมืองแฝก

นายโสภณ กล่าวว่า ปัจจุบันแนวคิดดังกล่าวได้ขยายผลไปยังพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดบุรีรัมย์ จนเกิดสวนป่าเฉลิมพระเกียรติรวม 10 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นแลนด์มาร์กของชุมชน เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แหล่งอาหาร และศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน
นายโสภณ ยังสะท้อนถึงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังเผชิญความท้าทายว่า ปัจจุบันธรรมชาติถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยซึ่งเคยเป็นผู้ส่งออกทรัพยากรป่าไม้และแร่ธาตุ กลับต้องเผชิญกับการลดลงของทรัพยากรอย่างน่าเป็นห่วง ขณะที่วิกฤตโลกร้อนและปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ รวมถึงจังหวัดบุรีรัมย์ที่ประสบปัญหาภัยแล้งเช่นเดียวกัน
“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของคนคนเดียว แต่เป็นพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรที่ร่วมกันลงมือทำจนเห็นผลเป็นรูปธรรม ผมตั้งใจจะพัฒนาสวนป่าแห่งนี้ให้เติบโตต่อไป และขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะผืนป่า ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่างทรงให้ความสำคัญ หากทุกคนร่วมมือกัน เชื่อว่าในอนาคตประเทศไทยจะกลับมามีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นอีกนับร้อยนับพันแห่ง” นายโสภณ กล่าว
