856 ผลงานชิงรางวัลพานแว่นฟ้า ‘โสภณ’ ดันรัฐสภาเปิดทางให้คนอ่าน

ประธานรัฐสภามอบรางวัลพานแว่นฟ้า 2569 ชื่นชมทุกคนที่กล้าส่งผลงาน พร้อมย้ำคุณค่าประสบการณ์มนุษย์ในวันที่ AI เข้ามามีบทบาท

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานมอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2569 เวทีประกวดวรรณกรรมที่ส่งเสริมการสะท้อนปัญหาสังคมและความเป็นประชาธิปไตย โดยปีนี้มีผลงานเข้าประกวด 856 ผลงาน แบ่งเป็นเรื่องสั้น 384 ผลงาน และบทกวี 472 ผลงาน

นายโสภณกล่าวว่า ตนรักการอ่านมาตั้งแต่วัยรุ่น เพราะวรรณกรรมช่วยเปิดมุมมอง สร้างความรู้และจินตนาการ จึงอยากเห็นการอ่านและการเขียนหยั่งรากในสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน พร้อมชื่นชมผู้ส่งผลงานทุกคน แม้ไม่ได้รับรางวัล การกล้าลงมือเขียนและส่งผลงานเข้าประกวดก็มีคุณค่า ขออย่าท้อถอย

ประธานรัฐสภาระบุว่า ได้ดำเนินโครงการ “สุ จิ ปุ ลิ” เพื่อส่งเสริมการฟัง คิด ถาม และเขียน และตั้งใจผลักดันต่อไป ขณะเดียวกัน แม้ AI จะเข้ามาช่วยสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น แต่ควรใช้อย่างสมดุล เพราะประสบการณ์ ความรู้สึก และจิตวิญญาณที่มนุษย์ถ่ายทอดผ่านงานเขียนยังมีเสน่ห์เฉพาะตัว

นายโสภณกล่าวด้วยว่า งานเขียนที่ดีต้องมีโอกาสไปถึงผู้อ่าน จึงต้องการให้รัฐสภาช่วยเผยแพร่ผลงานผ่านห้องสมุดรัฐสภาและสื่อของรัฐสภา โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2570 เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวรรณกรรมที่มีคุณค่าได้มากขึ้น

สำหรับรางวัลชนะเลิศประเภทเรื่องสั้น ได้แก่ “มาตุ-ภูมิ” โดย วัฒน์ ยวงแก้ว รองชนะเลิศ ได้แก่ “ผี/พ่อ/ผม” โดย วุฒินันท์ ชัยศรี และ “เมื่อความร้อนไม่เคยลงคะแนน” โดย วิรัช ขันตยานุกูลกิจ ส่วนรางวัลชนะเลิศประเภทบทกวี ได้แก่ “ใบสั่งซื้อยังไม่ได้ใบเสร็จ” โดย สงกาสังข์ รองชนะเลิศ ได้แก่ “พยัญ(ไม่)ชนะ สระบนไม่เหนือใคร (เพราะรวมเป็นหนึ่ง จึงงดงาม)” โดย ปะการัง และ “ร่มพยุงเมือง” โดย วัทนพร บุญชู

ผู้ชนะเลิศทั้งสองประเภทได้รับโล่ เกียรติบัตร และเงินรางวัลประเภทละ 100,000 บาท รองชนะเลิศได้รับรางวัลละ 60,000 บาท ส่วนรางวัลชมเชยได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลละ 30,000 บาท ภายในงานยังมีเสวนา “25 ปี รางวัลพานแว่นฟ้า : วรรณกรรมวิวัฒน์” โดยศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ และการแสดงดนตรีจากวง 108 Live Band

รางวัลพานแว่นฟ้าจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นผ่านวรรณกรรมการเมือง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย