AHF ชี้วิกฤตหนี้โลกพรากงบสุขภาพ-การศึกษา จี้เก็บภาษี AI อุ้มประเทศจน

มูลนิธิเอดส์ เฮลท์แคร์ (AHF) ผนึกกำลังเวทีเสวนา ชี้วิกฤตหนี้โลกทำประชากรเกือบครึ่งโลกอดงบสุขภาพและการศึกษา พร้อมชง 3 ทางออกแก้ปัญหา

 มูลนิธิเอดส์ เฮลท์แคร์ (AIDS Healthcare Foundation: AHF) จัดเวทีเสวนาใหญ่ภายใต้แคมเปญ “Freedom from Debt” ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ระดมกูรูถกวิกฤตหนี้สาธารณะทั่วโลกที่กำลังกัดเซาะงบประมาณด้านสุขภาพและการศึกษาของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เผยประชากรเกือบครึ่งโลกต้องอาศัยอยู่ในประเทศที่จ่ายดอกเบี้ยหนี้สูงกว่างบพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมชง 3 ข้อเสนอรูปธรรมรวมถึงการเก็บภาษี AI ขณะที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ร่วมให้มุมมองเชิงลึก เตือนต้องระวังไม่ให้เปิดช่องโหว่ให้รัฐบาลไร้ธรรมาภิบาลฉวยโอกาสฟอกตัว

สถานการณ์หนี้สินโลกในปัจจุบันกำลังกลายเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน รายงานจากองค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า ในปี 2024 ประเทศกำลังพัฒนาต้องแบกรับภาระจ่ายดอกเบี้ยสุทธิรวมกันสูงถึง 921,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า โดยมีประเทศกำลังพัฒนาถึง 61 ประเทศที่ต้องจัดสรรรายได้รัฐบาลตั้งแต่ 10% ขึ้นไปเพื่อใช้หนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ต้นทุนการกู้ยืมของประเทศกลุ่มนี้ยังสูงกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 2 ถึง 4 เท่า นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา

วิกฤตหนี้ไทยและเอเชีย: จ่ายหนี้แพงกว่างบสุขภาพ-การศึกษา

สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากรายงาน Country Debt Service Burdens 2024 ระบุว่า ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะสูงเป็นอันดับ 26 ของโลก โดยอยู่ที่ 366,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 66% ของ GDP ปี 2025 ประเทศไทยมีภาระการชำระหนี้สูงถึง 61.25% ของรายได้รัฐบาล หรือคิดเป็น 12.50% ของ GDP ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความจริงอันเจ็บปวดว่า เงินที่ต้องนำไปใช้หนี้นั้นสูงกว่างบประมาณด้านการศึกษาถึง 4.18 เท่า และสูงกว่างบประมาณด้านสาธารณสุขถึง 3.22 เท่า

สถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียยิ่งน่าเป็นห่วง โดย สปป.ลาว มีภาระการชำระหนี้สูงถึง 99.75% ของรายได้รัฐบาล สูงกว่างบการศึกษา 8.08 เท่า และสูงกว่างบสาธารณสุข 9.08 เท่า ขณะที่อินโดนีเซียมีภาระชำระหนี้อยู่ที่ 33.04% ของรายได้รัฐบาล สะท้อนให้เห็นว่าวิกฤตหนี้กำลังเบียดบังเม็ดเงินที่ควรนำมาดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายสารัช ชิม ผู้อำนวยการ AHF สำนักงานภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า หนี้สินทั่วโลกในปัจจุบันพุ่งสูงกว่า GDP โลกถึง 235% เกิดจากระบบการเงินโลกที่สูบทรัพยากรออกไปมากกว่าการส่งเสริมการพัฒนา

“ไม่มีประเทศใดควรจะต้องเสียสละประชาชนของตนเองเพื่อสนองตอบต่อระบบการเงินโลกที่ไม่ยุติธรรมนี้ เราจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ เริ่มต้นจากการสร้างความตระหนักรู้และให้ความรู้แก่สาธารณชนว่าทำไมความไม่เท่าเทียมนี้จึงปล่อยให้ดำเนินต่อไปไม่ได้” นายสารัช กล่าว

ชง 3 ทางออกปลดแอกหนี้: พักหนี้-ตั้งกลุ่มผู้กู้-เก็บภาษี AI

ภายใต้แคมเปญ Freedom from Debt ทาง AHF ได้ผลักดัน 3 ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้ประเทศกำลังพัฒนา ประกอบด้วย:

  1. สร้างความร่วมมือกลุ่มประเทศผู้กู้ (Borrowers’ Forum): สนับสนุนการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมตามแนวทางประชุม G20 เพื่อให้ประเทศกำลังพัฒนามีเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล และเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจาเงื่อนไขกับเจ้าหนี้ระหว่างประเทศ
  2. กำหนดกลไกพักชำระหนี้ในภาวะวิกฤต: เสนอให้สัญญาเงินกู้มีเงื่อนไขพักชำระหนี้อัตโนมัติเมื่อเผชิญวิกฤตสาธารณสุขหรือภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้รัฐบาลนำเงินมาช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที
  3. จัดเก็บเงินสมทบจากเศรษฐกิจ AI (AI Solidarity Levy): เสนอเก็บเงินสมทบในอัตรา 1% จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อนำมาสนับสนุนการบรรเทาภาระหนี้และการคุ้มครองทางสังคม

“อภิสิทธิ์” เตือนมุมต่าง ระวังช่องโหว่รัฐบาลไร้ธรรมาภิบาล

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า เวทีดังกล่าวช่วยเปิดมุมมองแหล่งเงินทุนที่กว้างขึ้นโดยไม่กระทบต่อการเติบโตระยะยาว อย่างไรก็ตาม สังคมต้องใช้ความระมัดระวังในการเรียกร้องความยุติธรรมทางหนี้

“เราต้องมั่นใจว่าการรณรงค์ในประเด็นนี้จะไม่เปิดช่องโหว่ให้กับรัฐบาลที่ขาดธรรมาภิบาล ใช้เป็นโอกาสในการถลุงงบประมาณโดยปราศจากความรับผิดชอบ หรือก่อหนี้สินพ่วงความทุจริตคอร์รัปชัน ช่วงเวลานี้จึงเป็นจังหวะสำคัญที่เราต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนท่ามกลางความท้าทายเรื่องความเหลื่อมล้ำ” นายอภิสิทธิ์ ระบุ

การเสวนาครั้งนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมสะท้อนมุมมองอีกหลายท่าน อาทิ นางสาวโอลูวาเคมี่ กบาดาโมซี, นายจอห์น โทมิ, นางสาวสุรางค์ จันทร์แย้ม และนางสาวโคอี้ ดาลีน โดยมี คุณลอเร็ตต้า หว่อง รองผู้บริหารระดับสูง AHF ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งย้ำชัดว่าเป้าหมายของแคมเปญไม่ใช่การเบี้ยวหนี้ แต่เป็นการทวงคืนความยุติธรรมเพื่อให้รัฐบาลมีงบประมาณคุ้มครองชีวิตและสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างแท้จริง