Shanxi TZCO จับมือ X.N.Y.I. ส่งรถยกไฟฟ้าขายไทย ขยายฐานอาเซียน

บริษัท Shanxi TZCO จับมือ บริษัท X.N.Y.I. GROUP ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายตลาดรถยกและอุปกรณ์โลจิสติกส์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา บริษัท Shanxi TZCO Forklift Co., Ltd. ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท X.N.Y.I. GROUP (THAILAND) CO., LTD. เพื่อขยายตลาดรถยกและอุปกรณ์โลจิสติกส์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยส่งมอบรถยกอัจฉริยะพลังงานใหม่ชุดแรกจำนวน 8 คัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือเพื่อนำเข้ามาเป็นรถต้นแบบและสาธิตการใช้งานในประเทศไทย

พิธีลงนามจัดขึ้นโดยมี นายหวัง จวิ้น ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท Shanxi TZCO Forklift Co., Ltd. และ นายแจ๊กกี้ เฉิ่น ประธานกรรมการ บริษัท X.N.Y.I. GROUP (THAILAND) CO., LTD. ร่วมลงนามข้อตกลง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนจากนิคมอุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารไทย-จีน ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายหวัง จวิ้น กล่าวว่า การขยายธุรกิจสู่ไทยและอาเซียนเป็นแผนยุทธศาสตร์สนับสนุนโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative) โดย Shanxi TZCO Forklift ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไท่จ้งกรุ๊ป มีฐานการผลิตรถยกพลังงานใหม่กำลังการผลิต 100,000 คันต่อปี ครอบคลุมพิกัด 65 ตัน มุ่งพัฒนาตัวรถและระบบบริการหลังการขาย ให้สอดรับกับสภาพการใช้งานของภาคอุตสาหกรรมในไทย

ขณะที่ นายแจ๊กกี้ แซ่เฉิ่น เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจว่า บริษัทเตรียมเดินหน้ารุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มกำลังตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป โดยเปิดรับพันธมิตรผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer) พร้อมเร่งจัดตั้งศูนย์บริการหลังการขาย (Service Center) และระบบดูแลซ่อมบำรุงครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าในการเปลี่ยนผ่านสู่นวัตกรรมรถยกไฟฟ้า

นายแจ๊กกี้ ยังระบุถึงเป้าหมายระยะยาวว่า มีแผนที่จะผลักดันและดึง Shanxi TZCO เข้ามาลงทุนตั้งฐานการประกอบหรือโรงงานผลิตรถยกในประเทศไทยในอนาคต เพื่อใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาคแล้วยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรับมือกับแรงกดดันทางการค้าและมาตรการภาษีระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดรถยก (Forklift) ในประเทศไทย มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 1.18 หมื่นล้านบาท และคาดการณ์ว่าในปี 2574 มูลค่าตลาดจะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.79 หมื่นล้านบาท