
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมแคนทารี เฮาส์ รามคำแหง กรุงเทพมหานคร สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ร่วมกับองค์กรเครือข่ายด้านสวัสดิภาพสัตว์จากทั่วประเทศ อาทิ สมาคมสงเคราะห์สัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย IUCN ล้านนาด็อกเวลแฟร์ และหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาหลายแห่ง จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “เครือข่ายผู้รักสัตว์ ครั้งที่ 14” ภายใต้หัวข้อ “การจัดสวัสดิภาพสัตว์กรณีสัตว์ที่ถูกทอดทิ้งเพราะเจ้าของต้องโทษอาญา” เพื่อเร่งหาทางออกให้กับปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสัตว์จำนวนมากทั่วประเทศ

ภายในงานได้จัดพิธีถวายความอาลัยและถวายสักการะ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะผู้ทรงมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการผลักดันงานด้านการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ของประเทศไทย ก่อนที่นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ นายกสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย จะเป็นประธานเปิดการสัมมนา

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “11 ปี พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 กับการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์อย่างยั่งยืน” โดย นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามการปฏิรูปกฎหมายและการยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย สภาผู้แทนราษฎร พร้อมเปิดเวทีระดมความคิดเห็นผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ แบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา กฎหมาย และแนวทางช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีเจ้าของต้องโทษคดีอาญา โดยมีนักวิชาการและสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมเป็นวิทยากรประจำแต่ละกลุ่ม

ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการ TSPCA เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบกรณีสัตว์ถูกทอดทิ้งหลังเจ้าของต้องโทษคดีอาญาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายกรณีสัตว์ต้องเผชิญกับความอดอยาก ขาดการดูแล และเสี่ยงเสียชีวิต เนื่องจากไม่มีผู้รับผิดชอบต่อชีวิตของพวกมัน
หนึ่งในกรณีตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาได้อย่างชัดเจน คือการเข้าช่วยเหลือแมวจำนวน 25 ตัว ซึ่งถูกปล่อยทิ้งไว้หลังเจ้าของถูกดำเนินคดีและต้องย้ายออกจากที่พัก โดย TSPCA ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือเร่งด่วน มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมประสานคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตรวจสุขภาพ ทำหมัน ฉีดวัคซีน และฝังไมโครชิปเพื่อขึ้นทะเบียน ก่อนเร่งหาผู้รับเลี้ยงรายใหม่ที่เหมาะสม

“กรณีดังกล่าวกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีระบบรองรับสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน ไม่ปล่อยให้สัตว์ซึ่งไม่ได้มีความผิดต้องกลายเป็นเหยื่อของสถานการณ์” ดร.สาธิต กล่าว
เลขาธิการ TSPCA กล่าวว่า เวทีสัมมนาครั้งนี้จึงมุ่งสร้างต้นแบบการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน นักวิชาการ สัตวแพทย์ และภาคประชาชน เพื่อพัฒนาแนวทางการช่วยเหลือสัตว์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การแจ้งเหตุ การเข้าช่วยเหลือ การรักษาพยาบาล การดูแลชั่วคราว ตลอดจนการส่งต่อเพื่อหาบ้านใหม่ที่เหมาะสม

พร้อมกันนี้ ยังเปิดโอกาสให้องค์กรเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อเสนอในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ รวมถึงการจัดสวัสดิภาพสัตว์ด้วยแนวทางสันติวิธี ภายใต้หลักคิด “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก” โดยเน้นย้ำว่าความเมตตาต่อสัตว์ไม่เพียงเป็นหลักมนุษยธรรม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันปัญหาสุขภาพของมนุษย์ในยุคที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโรคอุบัติใหม่จากสัตว์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
การสัมมนาครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้แทนองค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรวิชาชีพสัตวแพทย์ องค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่า สื่อมวลชน และเครือข่ายอาสาสมัครจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อร่วมผลักดันการคุ้มครองสัตว์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ TSPCA จะรวบรวมผลการระดมความคิดเห็นทั้งหมด จัดทำเป็นคู่มือ ข้อเสนอเชิงนโยบาย และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการเตรียมความพร้อมและจัดสวัสดิภาพสัตว์ในกรณีที่เจ้าของต้องโทษอาญา อันจะนำไปสู่การคุ้มครองชีวิตสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต



