
ดอยตุงยกเสน่ห์แห่งขุนเขาสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เปิดงาน “กาดดอยตุง@เซ็นทรัลชิดลม” ภายใต้แนวคิด “From Highland Craftsmanship to Timeless Luxury” ถ่ายทอดความหรูหราที่มีความหมาย ผ่านงานหัตถกรรมชุมชนและผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่ให้ความสำคัญกับที่มาของวัสดุ กระบวนการผลิต และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมชวนคนเมืองร่วมสัมผัสเสน่ห์ของดอยตุง ระหว่างวันที่ 21 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2569 ณ The Event Hall ชั้น 2 เซ็นทรัล ชิดลม
นายประเสริฐ ตรงเจริญเกียรติ ประธานสายงานธุรกิจเพื่อสังคม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมของดอยตุง ที่ใช้การพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ดอยตุงให้ความสำคัญตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างมูลค่าใหม่ ตลอดจนการพัฒนากระบวนการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งต่อคุณค่ากลับคืนสู่ธรรมชาติและชุมชน
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ หรือ Carbon Footprint of Product (CFP) ซึ่งเป็นการวัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการของเสียหลังหมดอายุการใช้งาน เพื่อให้เห็นจุดที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม และมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ Low Carbon ที่สร้างประโยชน์ให้ทั้งผู้คนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ภายในงานมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่สะท้อนแนวคิดการออกแบบอย่างรับผิดชอบ เริ่มจากพรมคอลเลกชันสัตว์ทะเล ซึ่งผลิตจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลที่เก็บจากขยะในท้องทะเล ก่อนนำมาต่อยอดเป็นงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์ เส้นใยมีความทนทาน ไม่เป็นขุย และเก็บฝุ่นน้อยกว่าวัสดุทั่วไป เป็นการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าอีกครั้ง
ขณะที่กระเป๋าและหมวกจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลของดอยตุง นำขวด PET ใช้แล้วมาหลอมและปั่นเป็นเส้นใยสังเคราะห์ 100% โดยกระเป๋าหนึ่งใบช่วยนำขวดพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ได้เฉลี่ยประมาณ 9 ขวด ก่อนนำมาผสานกับลวดลายและงานฝีมือของชุมชน กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

ด้านแฟชั่น “DoiTung Nature to Wear” นำภูมิปัญญางานทอมือมาต่อยอดผ่านการออกแบบร่วมสมัย ด้วยการเลือกใช้เส้นใยธรรมชาติ อาทิ ฝ้าย ลินิน และใยกัญชง รวมถึงการย้อมสีจากวัตถุดิบธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น เช่น เปลือกหัวหอม กากกาแฟ ถ่านแมคคาเดเมีย คราม ไม้ฝาง เพกา และครั่ง สร้างเฉดสีที่มีเอกลักษณ์และเพิ่มคุณค่าให้กับทรัพยากรที่มีอยู่
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว “DOITUNG EVERYDAY” แบรนด์ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “From DOI… to JOY in everyday life” โดยนำผ้าคุณภาพจากคลังวัสดุเดิมมาผสมผสานกับผ้าทอมือดอยตุง ช่วยลดการใช้ผ้าผืนใหม่ได้มากกว่า 2,000 หลา พร้อมต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ยางรัดผม ผ้าปิดตา กระเป๋าใส่หูฟังไร้สาย ซองใส่หนังสือเดินทาง กระเป๋าโทต และกระเป๋าสะพายข้าง

นอกเหนือจากการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษ์โลกแล้ว ผู้ร่วมงานยังจะได้สัมผัสเสน่ห์ของดอยตุงอย่างครบมิติ ทั้งงานทอมือ เครื่องเงิน เครื่องเคลือบ ของตกแต่งบ้าน ต้นไม้และดอกไม้จากโครงการพัฒนาดอยตุง อาหารเหนือจากครัวตำหนัก กาแฟดอยตุง ไอศกรีมลวดลายพิเศษ รวมถึงกิจกรรมสำหรับทุกวัย เช่น DoiTung Everyday Embroidery กิจกรรมตามหารอยเท้าสัตว์ป่า และ Sustainable Settlement Board Game

ขณะเดียวกัน ดอยตุงยังเดินหน้าจัดงานในรูปแบบ Carbon Neutral Event ด้วยการประเมินและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดงานทั้งหมด พร้อมติดตั้งตู้รับขวด PET และแคปซูลอะลูมิเนียมใช้แล้ว เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัปไซเคิล ภายใต้แนวคิด “Turn Waste into Value” ชวนผู้บริโภคร่วมเปลี่ยนของเหลือใช้ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง


งาน “กาดดอยตุง@เซ็นทรัลชิดลม” จึงไม่ใช่เพียงมหกรรมช้อปปิ้ง แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงงานฝีมือ วัฒนธรรม และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน พร้อมพิสูจน์ว่า ความหรูหราที่แท้จริงอาจไม่ใช่เพียงความสวยงามของสินค้า แต่คือคุณค่าที่ส่งกลับคืนสู่ผู้คน ชุมชน และโลกใบนี้อย่างยั่งยืน

