ปลุกขุมทรัพย์วัฒนธรรม! พระปกเกล้าฯ ปั้นผู้นำเปลี่ยนของดีชุมชนเป็นรายได้ยั่งยืน

สถาบันพระปกเกล้าผนึกภาคี เปิด ปนว.รุ่น 2 ดึงผู้บริหาร 6 ภาคส่วน เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นพลังเศรษฐกิจ ด้าน “ถวิลวดี” ย้ำชุมชนต้องมีส่วนร่วมอนุรักษ์และพัฒนาอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ที่สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับมูลนิธิเสริมสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมและธรรมาภิบาล จัดพิธีเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรนักบริหารระดับสูงของชาติด้านการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน หรือ ปนว. รุ่นที่ 2 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธี

รศ.ดร.อิสระ กล่าวว่า ประเทศไทยมีทุนทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง แต่ยังนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่เต็มศักยภาพ แม้ไทยจะมีมรดกวัฒนธรรมอยู่ในอันดับต้นของโลก แต่ความพร้อมด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกลับอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่า สะท้อนปัญหาการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เต็มศักยภาพ หรือ Underutilized ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องร่วมกันหาทางแก้ไข

“เหมือนกับเรามีเหมืองทองหลังบ้าน แล้วเราก็ยังจนอยู่” รศ.ดร.อิสระ กล่าว พร้อมตั้งโจทย์ให้ผู้เข้ารับการศึกษาทั้ง 55 คน ร่วมค้นหาคำตอบว่า จะนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่มาสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวต่อว่า หลักสูตร ปนว.รุ่นที่ 2 ได้รับการยกระดับเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรของสถาบัน โดยเพิ่มความเข้มข้นทั้งด้านการศึกษาและเกณฑ์การเข้าร่วมกิจกรรม เพราะการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องอาศัยผู้บริหารระดับสูงที่สามารถนำความรู้ไปผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติได้จริง

ด้าน ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ประธานมูลนิธิเสริมสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมและธรรมาภิบาล กล่าวรายงานว่า หลักสูตรนี้มุ่งพัฒนาผู้นำให้มีทักษะเชิงยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “สร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรม” โดยมีผู้เข้ารับการศึกษา 55 คน จาก 6 ภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคการเมือง ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน

ผู้เข้ารับการศึกษาจะร่วมจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ควบคู่กับการมีส่วนร่วมในงานวิจัยเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม ครอบคลุม 4 พื้นที่ ได้แก่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จังหวัดลำปาง และจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมี ดร.ธนภณ วัฒนกุล เป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ และ ดร.ถวิลวดี เป็นผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์

ดร.ถวิลวดี ย้ำว่า การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานทุนทางวัฒนธรรม เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม โดยภาครัฐและภาควิชาการต้องสนับสนุนทั้งกลไกและทรัพยากร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ขณะที่ ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย บรรยายพิเศษเรื่อง “ทุนวัฒนธรรมสร้างชาติ” โดยชี้ว่า ทุนวัฒนธรรมสามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งการเสริมความเข้มแข็งทางสังคมและการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ พร้อมยกตัวอย่างกิจกรรมย่านวัฒนธรรม 15 พื้นที่ ในช่วงปี 2561–2567 ซึ่งสร้างรายได้รวมกว่า 725 ล้านบาท

ดร.สีลาภรณ์ เสนอให้เชื่อมโยงการอนุรักษ์วัฒนธรรมเข้ากับตลาด เทศกาล ผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยว เพื่อให้ทุนวัฒนธรรมสามารถต่อยอดเป็นรายได้ ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและสืบสานมรดกของชุมชน นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน