
“ทุกวินาทีคือชีวิต!” เจริญกรุงประชารักษ์ปั้นอาสากู้ชีพ 77 คน ย้ำมีใจอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้กฎหมาย-ใช้ AED เป็น
โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เดินหน้ายกระดับเครือข่ายการแพทย์ฉุกเฉิน จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการแก่อาสาสมัครด้านการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นและการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในการรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างถูกต้องและปลอดภัย หวังเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บในสถานการณ์วิกฤต
โดย นพ.พรเทพ แซ่เฮ้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เป็นประธานเปิดการอบรม ณ ห้องประชุมอุดมสังวรญาณ ชั้น 23 อาคาร 72 พรรษา มหาราชินี โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นหลังจากกรุงเทพมหานครมอบหมายให้กลุ่มงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินและรับส่งต่อ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ทำหน้าที่เป็น “แม่โซน” ดูแลระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่โซน 4 ครอบคลุมเขตบางคอแหลม เขตยานนาวา (บางส่วน) เขตธนบุรี (บางส่วน) เขตบางขุนเทียน เขตจอมทอง เขตทุ่งครุ และเขตราษฎร์บูรณะ
ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 77 คน ประกอบด้วยบุคลากรของโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ชุมชน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติงานด้านการแพทย์ฉุกเฉินของพื้นที่

เป้าหมายสำคัญของการอบรม คือการพัฒนาความรู้และทักษะในการประเมินอาการผู้ป่วย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกต้อง ตลอดจนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำระหว่างการนำส่งสถานพยาบาล โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรอง
นพ.พรเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันการทำงานด้านจิตอาสาไม่สามารถอาศัยเพียงความตั้งใจหรือความเสียสละเท่านั้น แต่ต้องมีองค์ความรู้ที่ถูกต้องควบคู่กัน ทั้งความรู้ทางการแพทย์และความรู้ด้านกฎหมาย
“นอกจากมีจิตอาสาแล้ว ความรู้ก็ต้องมี ไม่ใช่เฉพาะความรู้ด้านการแพทย์ แต่ต้องรู้กฎหมายด้วย รวมถึงกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA เพราะการมีใจอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เราปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัยในยุคปัจจุบัน”

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ยังระบุว่า องค์ความรู้ด้านการแพทย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งแนวทางการรักษา อุปกรณ์ และเทคโนโลยีใหม่ ๆ การได้กลับมาฝึกปฏิบัติและทบทวนความรู้ร่วมกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด
สำหรับเนื้อหาการอบรม ประกอบด้วยการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (Basic Life Support : BLS) การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) และการเรียนรู้เรื่อง Patient Packaging หรือกระบวนการยึดตรึงและจัดเตรียมผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บให้อยู่ในสภาพมั่นคง ปลอดภัย และพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายไปยังสถานพยาบาล เพื่อลดความเสี่ยงที่อาการจะทรุดหนักหรือเกิดการบาดเจ็บซ้ำระหว่างการส่งต่อ

การถ่ายทอดความรู้ดำเนินการโดย พญ.ดุษิตา ลู่วิจิตรบรรจง นายแพทย์ชำนาญการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานบริการการแพทย์ฉุกเฉินและรับส่งต่อ กลุ่มภารกิจด้านบริการพิเศษ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ พร้อมทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยนักฉุกเฉินการแพทย์ พนักงานฉุกเฉินการแพทย์ และพยาบาลวิชาชีพ เพื่อถ่ายทอดทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปใช้ได้จริงเมื่อเผชิญเหตุฉุกเฉินในพื้นที่
