‘การดี’ เจอฟ้องปม Th-AI Passport ลั่นยิ่งฟ้องยิ่งต้องหาความจริง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เผยถูกบริษัทผู้รับจ้างโครงการ Th-AI Passport ฟ้องอาญาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตั้งคำถามเข้าข่าย “ฟ้องปิดปาก” หรือไม่

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนหลังได้รับหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องจากศาล กรณีบริษัทผู้รับจ้างโครงการ Th-AI Passport เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดทางอาญาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 28 กันยายน 2569

ดร.การดี ระบุว่า กระบวนการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นทำให้ต้องตั้งคำถามว่า การดำเนินคดีครั้งนี้มีลักษณะเป็น “การฟ้องปิดปาก” หรือเป็นการใช้กระบวนการทางกฎหมายสร้างภาระให้กับผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือไม่

พร้อมยืนยันว่า ข้อความที่โพสต์เป็นเพียงการตั้งคำถามบนพื้นฐานของหลักวิชาการ หลักจริยธรรม และบทบาทหน้าที่ของฝ่ายค้าน โดย ไม่ได้ระบุชื่อหรือพาดพิงถึงบริษัททั้งสองแห่งแต่อย่างใด ก่อนที่ในวันที่ 27 กรกฎาคม จะนำประเด็นดังกล่าวยื่นเป็นหนังสือเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ

ดร.การดี กล่าวว่า การตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมืองหมายถึงการทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประชาชน และการติดตามตรวจสอบโครงการดังกล่าวตลอดที่ผ่านมาไม่เคยมีผลประโยชน์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

“สิ่งที่ดิฉันทำอย่างต่อเนื่องสำหรับโครงการนี้ ไม่เคยเกี่ยวข้องกับประโยชน์ส่วนตัว หรือประโยชน์อื่นใด ทุกครั้งที่ออกมาพูดคือการทำงานเพื่อปกป้องภาษีประชาชนและประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ” ดร.การดี กล่าว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังตั้งคำถามกลับไปยังสังคมว่า “วันนี้เรากำลังอยู่ในสังคมที่คนตั้งคำถามเพื่อค้นหาความจริงและรักษาประโยชน์ส่วนรวม ต้องกลายเป็นจำเลยหรือไม่”

พร้อมยืนยันว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกประการ และการถูกดำเนินคดีจะไม่ทำให้หยุดทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบประเด็นที่เห็นว่าอาจมีความไม่ชอบมาพากล และยืนอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างเข้มแข็งต่อไป