จากน้ำตาประชาชนสู่แผนระดับชาติรัฐลุยตั้งศูนย์น้ำต้นแบบ แก้ปัญหาท่วม-แล้งแบบยั่งยืน

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ติดตามสถานการณ์น้ำ ณ โครงการคลองส่งน้ำห้วยหลวง

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมภารกิจ เพื่อบูรณาการการทำงานข้ามกระทรวงอย่างเข้มข้น โดยเน้นการรับฟังปัญหาจากพื้นที่จริง ทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมที่กระทบประชาชนในอำเภอเมืองอย่างหนัก

นอกจากการหารือเชิงนโยบายแล้ว คณะยังได้ร่วมประชุมกับกรมชลประทานและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของ “ระบบเฝ้าระวังและคาดการณ์น้ำอัจฉริยะ” เทคโนโลยีสำคัญที่ถูกวางให้เป็นแกนหลักของการบริหารจัดการน้ำยุคใหม่

ศ.ดร.ยศชนัน ย้ำชัดว่า โลกยุคปัจจุบันไม่อาจพึ่งพาประสบการณ์แบบเดิมในการจัดการน้ำได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัย “ข้อมูลขนาดใหญ่ที่แม่นยำ” เป็นเครื่องมือสำคัญ โดยปัจจุบันสามารถบูรณาการข้อมูลจาก 56 หน่วยงาน ครอบคลุม 13 กระทรวง สร้างภาพรวมวงจรน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่น้ำในชั้นบรรยากาศ น้ำผิวดิน ไปจนถึงน้ำใต้ดิน ผ่านเครือข่ายเซนเซอร์และสถานีโทรมาตรที่ทันสมัย ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ วางแผน และแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนรับมือได้ทันท่วงที ลดความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สำหรับแนวทางขับเคลื่อนในระยะต่อไป รัฐบาลได้วาง 3 แกนหลักอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากการผลักดัน “ศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดอุดรธานี” ให้เป็นต้นแบบระดับประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลจากคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติสู่การใช้งานจริงในระดับพื้นที่ พร้อมแผนขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังเร่งบูรณาการเชิงลึกกับกรมชลประทาน สำรวจศักยภาพลำน้ำด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการใช้เรือสำรวจเพื่อตรวจสอบสภาพลำน้ำ วางแผนขุดลอกอย่างเป็นระบบทั้งในและนอกเขตชลประทาน

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือการเร่งติดตั้งสถานีโทรมาตรเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติดตามสถานการณ์น้ำ และทำให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

ที่สำคัญ รัฐบาลยังมุ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน สร้างต้นแบบการบริหารจัดการน้ำด้วยองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำไปจนถึงการจัดการปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ศ.ดร. ยศชนันย้ำทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า การดำเนินงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการ “วางรากฐานโครงสร้างข้อมูลระดับชาติ” เพื่อลดความสูญเสียจากวิกฤต “ท่วม-แล้ง” ให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยพลังของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เข้าถึงประชาชนทุกระดับ