
ปมพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยารามเริ่มคลี่คลาย “ธงทอง” ยันโฉนดตัวจริงอยู่กับวัด กรรมสิทธิ์เป็นของวัด เตรียมหารือผู้ว่าฯ ขอนแก่น 17 ส.ค. เดินหน้าแก้เอกสารให้จบ
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 16 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เข้ากราบนมัสการพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อถวายกำลังใจ ติดตามอาการอาพาธ และความคืบหน้ากรณีพิพาทที่ดินระหว่างทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี กับวัดป่าอดุลยาราม ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนที่มารอติดตามสถานการณ์จนแน่นวัด

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง เปิดเผยภายหลังเข้าพบเจ้าอาวาสว่า ขณะนี้ยืนยันได้ชัดเจนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของวัดป่าอดุลยารามโดยสมบูรณ์ ขณะที่การจัดตั้งวัดได้ดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน และประกาศในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ปี 2541 จึงไม่มีข้อสงสัยในสถานะของวัด ส่วนผู้ใดจะตั้งข้อสงสัยก็เป็นเรื่องของบุคคลนั้น
สำหรับประเด็นที่มีกลุ่มบุคคลไปแจ้งสำนักงานที่ดินว่าโฉนดที่ดินสูญหายนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า โฉนดฉบับจริงยังอยู่ในความดูแลของวัด และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้แจ้งข้อเท็จจริงต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดแล้ว จากนี้สำนักงานที่ดินจะดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ค้างคามายาวนาน คือเอกสารโฉนดยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ให้เป็นชื่อวัด แม้สิทธิและกรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของวัดและวัดครอบครองมานานแล้วก็ตาม จึงต้องเร่งดำเนินการแก้ไขทางเอกสารให้ถูกต้องสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด
“หลวงพ่อมีอารมณ์ขัน บอกว่าคอยมาแล้ว 30 ปี คอยอีกก็ได้ ผมก็เรียนท่านว่า ผมรอไม่ไหวเหมือนกัน ต้องเร่งทำให้ดีและเร็วที่สุด และจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด” ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าว ส่วนการรักษาความปลอดภัยภายในวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจะร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุที่กระทบต่อการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ รวมถึงประชาชนที่เดินทางเข้ามาทำบุญ

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า เจ้าอาวาสยังฝากถึงชาวขอนแก่นและประชาชนที่ติดตามข่าวว่า “อย่าเครียด หลายคนเครียดกว่าหลวงพ่อ” ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ เพราะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะไม่ทอดทิ้ง และจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่
พร้อมกันนี้ ยังเตือนประชาชนที่ต้องการร่วมทำบุญกับวัด ให้เดินทางมาทำบุญหรือสแกน QR Code ที่วัดโดยตรง ไม่ควรบริจาคผ่านนายหน้าหรือบุคคลอื่น เพื่อป้องกันมิจฉาชีพฉวยโอกาสสร้าง QR Code ปลอมหลอกประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่กรณีพิพาทกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

สำหรับวันที่ 17 ส.ค. ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมนำรายละเอียดทั้งหมดเข้าหารือเพื่อสร้างความชัดเจน โดยประสานขอเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการร่วมกัน ก่อนแจ้งความคืบหน้าให้ญาติธรรมและประชาชนทราบอีกครั้ง
ประธานคณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุด้วยว่า กรณีวัดป่าอดุลยารามถือเป็น “กรณีศึกษา” ที่หน่วยงานเกี่ยวข้องควรนำไปวางแนวทางป้องกันปัญหาในระดับประเทศ เพราะแม้ประชาชนจะบริจาคที่ดินให้วัดแล้ว แต่กระบวนการจัดตั้งวัดต้องใช้เวลา และเมื่อจัดตั้งวัดตามระบบพระพุทธศาสนาจนถึงขั้นมหาเถรสมาคมและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เอกสารเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินก็ควรดำเนินการให้เสร็จสิ้น ไม่ควรปล่อยให้ค้างคาจนเกิดปัญหาภายหลัง

“เราคุยกันแล้วว่าคงต้องมีการดำเนินการให้ชัดเจนทั้งประเทศ สำหรับวัดป่าอดุลยารามประกาศในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ปี 2541 ผมมั่นใจว่าขั้นตอนชัดเจน ไม่มีอะไรต้องสงสัย ส่วนใครจะสงสัยก็เป็นเรื่องของท่าน” ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง กล่าว
ส่วนทายาทหรือบุคคลในครอบครัวผู้บริจาคที่ดินนั้น ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดติดต่อมายังตน และสถานการณ์ในส่วนที่รับผิดชอบยังสงบเรียบร้อย

นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีกระแสข่าวเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเปลี่ยนชื่อในโฉนดว่า คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 7,000–8,000 บาท ไม่ใช่ 1.5 ล้านบาท ตามที่มีการกล่าวอ้างกันก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ หลังการหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 17 ส.ค. จะมีการสรุปแนวทางและแจ้งความคืบหน้าให้ประชาชนและญาติธรรมได้รับทราบอีกครั้ง
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

