
บรรยากาศการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังความขัดแย้งเรื่องสถานะของประธาน กสทช. ปะทุขึ้นอย่างเปิดเผย จนทำให้การประชุมบอร์ดครั้งที่ 21/2569 ต้องยุติลงโดยไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาวาระสำคัญได้
ก่อนการประชุม ที่สำนักงาน กสทช. ตัวแทนสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) นำโดย นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมฯ และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ที่ปรึกษาสมาคมฯ เข้ายื่นหนังสือถึง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. และกรรมการ กสทช.ทั้ง 7 คน เพื่อแสดงความกังวลต่อสถานะการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. ภายหลังคณะกรรมการสรรหา กสทช. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีมติว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ และถือว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน ก่อนเข้าสู่ห้องประชุม เจ้าหน้าที่และพนักงานสำนักงาน กสทช. ได้นำช่อดอกไม้มามอบให้กำลังใจ ศ.คลินิก นพ.สรณ ท่ามกลางบรรยากาศที่จับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อเปิดประชุม มีกรรมการเข้าร่วม 6 คน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิรัยพงศ์ กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรคมนาคม แจ้งลาประชุมตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เข้าสู่วาระการประชุม ได้เกิดการถกเถียงอย่างเคร่งเครียดเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. ภายหลังมติของคณะกรรมการสรรหา ก่อนที่กรรมการ กสทช.อีก 3 คน จะยื่นใบลาประชุมและออกจากห้องประชุม ส่งผลให้องค์ประชุมไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ไม่สามารถดำเนินการประชุมต่อได้ และต้องเลื่อนการประชุมออกไปเป็นวันที่ 5-6 สิงหาคม 2569
ภายหลังการประชุม ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ ชี้แจงว่า การที่กรรมการทั้ง 3 คนออกจากห้องประชุม ไม่ใช่การ “วอล์กเอาต์” แต่ได้จัดทำใบลาประชุมไว้ตั้งแต่ก่อนเริ่มประชุม โดยมีความตั้งใจจะเข้าร่วมประชุมและร่วมพิจารณาวาระต่าง ๆ อยู่แล้ว
ศ.ดร.พิรงรอง ระบุว่า กรรมการทั้ง 3 คน เพียงต้องการหารือข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช.ให้เกิดความชัดเจนก่อน แต่เมื่อไม่ได้รับโอกาสให้หารือ จึงตัดสินใจใช้ใบลาประชุมที่ได้ยื่นไว้ พร้อมเห็นว่าหากร่วมประชุมทั้งที่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. อาจทำให้มติทุกเรื่องมีความเสี่ยงทางกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อกรรมการทุกคน ผู้รับใบอนุญาต ผู้บริโภค รวมถึงประชาชนในวงกว้าง
ด้าน ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยืนยันว่า ยังไม่อาจยอมรับมติของคณะกรรมการสรรหา และอยู่ระหว่างเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองภายในระยะเวลา 90 วัน โดยเห็นว่าคณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการ กสทช. ภายหลังได้รับการแต่งตั้งแล้ว อีกทั้งกระบวนการพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ต้องนำความขึ้นทูลเกล้าฯ และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง
ประธาน กสทช. ยังย้ำว่า ในช่วงเวลานี้ บอร์ด กสทช.ยังจำเป็นต้องเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประเทศและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะวาระสำคัญที่รอการพิจารณา อาทิ การขยายอายุการใช้งานดาวเทียมไทยคม 4 และการพิจารณาแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล
“การทำหน้าที่ประธาน กสทช. เป็นไปตามพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ดังนั้น ตราบใดที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง กสทช.ยังมีหน้าที่ต้องประชุมและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อไม่ให้เข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” ศ.คลินิก นพ.สรณ กล่าว
