
ปปป.เปิดปฏิบัติการรวบ 2 เจ้าหน้าที่ DSI หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงคดี “นายกเฮง” เรียกรับเงินสอบท้องถิ่น บุกค้นบ้านหรูย่านดอนเมืองราคากว่า 20 ล้านบาท
ความคืบหน้าคดีตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จับกุม นายประวิทย์ หรือ “นายกเฮง” อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย หลังถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินโดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ และมีข้อมูลพาดพิงว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง

ล่าสุด วันที่ 11 ก.ย. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมกำลังตำรวจ บก.ปปป. กระจายเข้าควบคุมตัวเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายอิทธิพล เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ และนายอนุรักษ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ หลังมีพยานหลักฐานพาดพิงเชื่อมโยงกับคดีดังกล่าว
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายอิทธิพลได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ขณะที่นายอนุรักษ์ถูกควบคุมตัวได้จากบ้านพักในกรุงเทพฯ ก่อนนำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดที่ บก.ปปป. เพื่อดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมาย

การตรวจค้นเริ่มจากบ้านพักย่านเทิดราชัน 27 ก่อนเจ้าหน้าที่พบเอกสารนำไปสู่บ้านอีกหลังในย่านดอนเมือง ซึ่งเป็นบ้านหรูภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดย พล.ต.ต.จรูญเกียรติ นำกำลังพร้อมตัวนายอนุรักษ์เข้าตรวจค้น
จากการสอบถามเบื้องต้น นายอนุรักษ์ระบุว่า บ้านหลังดังกล่าวเพิ่งซื้อมาไม่นาน ราคาประมาณ 19-20 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างการตกแต่ง ขณะที่ทางหมู่บ้านไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพภายใน โดยให้เฉพาะเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการตรวจค้น
ต่อมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เดินทางกลับมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า คดีของเจ้าหน้าที่ DSI ทั้ง 2 รายมีความเชื่อมโยงกับ “นายกเฮง” หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ตอบสั้น ๆ ว่า “มีพยานหลักฐานเชื่อมโยง”

ส่วนคำถามว่าพยานหลักฐานจะสาวไปถึงระดับอธิบดีหรือไม่ รอง ผบช.ก. ระบุเพียงว่า ขอให้รอรายละเอียดในการแถลงข่าวเวลา 16.00 น.
กระทั่งเวลา 15.10 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายอนุรักษ์มาถึงอาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยทันทีที่ลงจากรถ นายอนุรักษ์พยายามรีบวิ่งหลบกลุ่มผู้สื่อข่าว พร้อมสวมหมวกแก๊ปและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงท่าทีของอธิบดี DSI หลังทราบเรื่อง รวมถึงต้องการฝากอะไรถึง “นายกเฮง” หรือไม่ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างไร แต่นายอนุรักษ์ไม่ตอบคำถาม ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเข้าอาคารทันที

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตามระเบียบราชการโดยทันที กรณีเจ้าหน้าที่ DSI ทั้ง 2 ราย โดยให้พิจารณาดำเนินการให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างโปร่งใสและปราศจากข้อครหา
กระทรวงยุติธรรมยืนยัน ไม่มีนโยบายปกป้องหรือช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานใด หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาดตามพยานหลักฐานพร้อมย้ำจุดยืนว่า “หากคนของกระทรวงกระทำผิด ต้องรับผิดและได้รับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน” โดยจะไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ
