
ตำรวจนราธิวาสเปิดยุทธการทลายคลังบุหรี่เถื่อนข้ามชาติครั้งใหญ่ บุกตรวจค้นบ้านร้างในพื้นที่อำเภอตากใบ ยึดบุหรี่ต่างประเทศยี่ห้อดัง “GUDANG GARAM” จำนวน 474 กระสอบ หรือกว่า 4.55 ล้านมวน มูลค่าสินค้ากว่า 20.4 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พ.อ.อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นายสิทธิโชค เดชบุญ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ และ พ.ต.อ.นพดล ดิเรกวัฒนสาร ผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจตำรวจนราธิวาส 93 ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดยาสูบเถื่อนข้ามชาติล็อตใหญ่ที่สุดล็อตหนึ่งในพื้นที่

ของกลางเป็นบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศยี่ห้อ GUDANG GARAM จำนวน 474 กระสอบ รวม 37,920 คัตตอน หรือ 379,200 ซอง คิดเป็น 4,550,400 มวน มูลค่าสินค้าประมาณ 20.4 ล้านบาท คิดเป็นภาษีสรรพสามิตกว่า 10.79 ล้านบาท และมีมูลค่าเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายสูงถึง 162,108,000 บาท
การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากนโยบายปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจังของ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส โดยมอบหมายให้ชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการป้องกันและปราบปราม ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส บูรณาการกำลังร่วมกับกรมสรรพสามิต ภายใต้การอำนวยการของ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต นายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดีกรมสรรพสามิต รวมทั้งฝ่ายสืบสวนปราบปราม กรมศุลกากร เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีข้ามชาติ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า มีกลุ่มขบวนการลักลอบนำเข้ายาสูบหนีภาษีรายใหญ่ นำบุหรี่จำนวนมหาศาลไปซุกซ่อนไว้ภายในบ้านร้าง 2 ชั้น ไม่มีเลขที่ หมู่ 3 ตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เพื่อรอการลำเลียงกระจายสู่ตลาด
หลังได้รับข้อมูล เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่และซุ่มสังเกตการณ์โดยรอบ แต่ไม่พบผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านหรือของกลาง คาดว่าขบวนการอาจได้รับการแจ้งเตือนจากสายข่าว จึงรีบหลบหนีออกจากพื้นที่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าปฏิบัติการ

เมื่อเข้าตรวจค้นภายในบ้านร้าง เจ้าหน้าที่พบกระสอบสีขาวจำนวนมากวางเรียงซ้อนกันเต็มพื้นที่ เมื่อตรวจสอบพบว่าภายในบรรจุบุหรี่ซิกาแรตต่างประเทศยี่ห้อ GUDANG GARAM ขนาด 12 มวนต่อซอง รวมทั้งสิ้น 37,920 คัตตอน หรือ 379,200 ซอง จึงใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 127 และมาตรา 128 ตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางส่งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “มีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” และ “มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 204 (1) และมาตรา 203 (1)

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนจะเร่งสืบสวนขยายผลไปยังนายทุน ผู้สั่งการ และผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายค้าบุหรี่เถื่อนและสินค้าหนีภาษีข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและรายได้ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าว/ภาพ : นูอารีซ๊ะ ยะยือริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส



