ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี ชำแหละโกง สว.-ทุจริตท้องถิ่น จ่อซดยาว 5 วันรวด

“ณัฐพงษ์” นำฝ่ายค้าน 145 คน ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ “อนุทิน” พร้อมรัฐมนตรีรวม 18 คน ประกาศตีแผ่ “ระบอบสีน้ำเงิน” ครอบคลุมปมฮั้ว สว.–ทุจริตสอบท้องถิ่น–บริหารน้ำท่วม ขอเวลาอภิปราย 5 วัน

 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำคณะ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านรวม 145 คน (ยกเว้นพรรคกล้าธรรม) เดินทางเข้ายื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 โดยพุ่งเป้าเชือดรัฐมนตรีตัวเป้งถึง 18 รายรวด

รายชื่อรัฐมนตรีทั้ง 18 คนที่ถูกยื่นญัตติเชือดในครั้งนี้ นำทัพโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม,

นายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย

นายณัฐพงษ์ กล่าวอย่างดุเดือดว่า การยื่นซักฟอกครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตรวจสอบรายบุคคลธรรมดา แต่เป็นการมุ่งอภิปรายเพื่อทลาย “ระเบียบสีน้ำเงิน” ที่กำลังกินรวบประเทศ ทั้งอำนาจในสภา สว. และกลไกองค์กรอิสระ พร้อมแฉสารพัดปัญหาวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นปมโกง สว., ทุจริตสอบท้องถิ่น ไปจนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม ยืนยันว่าทุกรายชื่อมีพยานหลักฐานแน่นหนาผ่านเกณฑ์การกลั่นกรองของทุกพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างรัดกุม

ด้าน นายสาธิต วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสริมทัพด้วยความมั่นใจว่า พรรคได้รวบรวมชุดข้อมูลเด็ดที่ชี้ชัดถึงความผิดพลาด บกพร่อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเอื้อประโยชน์พรรคพวกพ้อง สร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง พร้อมแย้มว่านอกจากประเด็นฮั้ว สว.แล้ว ยังมีทีเด็ดข้อมูลลับที่ไม่เคยปรากฏเป็นข่าวมาก่อน พร้อมยื่นเรื่องขอเวลาอภิปรายยาวนานถึง 5 วันเต็ม เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้เห็นธาตุแท้ของผู้มีอำนาจ

ขณะที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมารับหนังสือด้วยตนเอง เผยว่า กรอบเวลาตามขั้นตอนอยู่ที่ 14 วัน แต่เบื้องต้นได้หารือกับผู้นำฝ่ายค้านว่าอยากได้ช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งต้องรอขั้นตอนการตรวจสอบญัตติเพื่อส่งให้ ครม. กำหนดวันกลับมา พร้อมยืนยันเสียงแข็งว่าจะทำหน้าที่โดยยึดข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด ไม่เอนเอียงและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เพื่อให้ศึกซักฟอกครั้งประวัติศาสตร์นี้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและยุติธรรมที่สุด