
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลขยายผลการตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตดังกล่าว
น.ส.ภคมน ระบุว่า หากรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีความจริงใจในการล้างบางขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น การดำเนินการทางวินัยหรือการสั่งย้ายเฉพาะผู้ที่เข้ามารับผิดชอบในภายหลัง อาจไม่เพียงพอและไม่เป็นธรรม เพราะอาจกลายเป็นเพียงการหาคนมารับผิดแทน หรือใช้เป็น “แพะ” และ “คนบูชายัญ” เพื่อปิดเรื่อง
โฆษกพรรคประชาชนยังเห็นว่า การตรวจสอบควรครอบคลุมไปถึง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในช่วงที่มีการดำเนินการจัดสอบ และเป็นผู้ลงนามในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการดังกล่าว
“ควรจะต้องครอบคลุมไปถึงนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ในฐานะอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น และเป็นผู้ลงนามในขั้นตอนกระบวนการจัดการสอบครั้งนี้ด้วย” น.ส.ภคมน ระบุ
พร้อมกันนี้ น.ส.ภคมน ยังพาดพิงถึงกรณีแชตไลน์ที่เคยเป็นประเด็นข่าวในอดีต โดยระบุว่า หากใครจำไม่ได้ว่านายนฤชาคือใคร ก็ให้ “จำง่าย ๆ ว่าเป็นเจ้าของแชตไลน์ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’”
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงเส้นทางการโยกย้ายตำแหน่งของนายนฤชา โดยระบุว่า แม้จะมีการสั่งย้ายตำแหน่งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็กลับมาดำรงตำแหน่งสำคัญอีกครั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงอิทธิพลและแรงสนับสนุนทางการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง
“นี่ขนาดเด้งกันไป 2 เด้งแล้ว จนวนกลับมาที่ท่านอธิบดีนฤชาอีกรอบแล้วก็ยังยืนได้นิ่งได้ แสดงว่าไม่ธรรมดา จะว่าไปนับวันเขายิ่งแบ่งสายกันชัดขึ้นเรื่อย ๆ” น.ส.ภคมน ระบุ
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการขยายผลคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ หลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ บก.ปปป. เดินหน้าสืบสวนขบวนการดังกล่าวอย่างเข้มข้น และมีการตรวจยึดพยานหลักฐานจำนวนมากจากผู้ต้องสงสัยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง
