“วสวรรธน์”เปิดไพ่การเมือง 6 เสียงไทรวมพลังไม่ต่อรองตำแหน่งรอภูมิใจไทยเชิญร่วมรัฐบาล

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัว ส.ส. ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า ขอขอบคุณประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้กับผู้สมัครของพรรคไทรวมพลัง ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ พร้อมยืนยันว่าพรรคจะทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เลือกหรือไม่ได้เลือกพรรคก็ตาม

นายวสวรรธน์กล่าวว่า แม้ตนจะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ถือเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาความมั่นคงและความยากลำบากมาอย่างยาวนาน ดังนั้นเสียงของพรรคไทรวมพลัง แม้จะมีจำนวนไม่มาก แต่จะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาของประชาชนในพื้นที่ชายแดนเข้าสู่สภา เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

หัวหน้าพรรคไทรวมพลังเปิดเผยว่า พรรคได้วางรูปแบบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร โดยจะมีการหารือร่วมกันเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อวางแผนการทำงานล่วงหน้า เนื่องจาก ส.ส.ของพรรคส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด จึงต้องจัดระบบการทำงานเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และสามารถนำปัญหาของแต่ละพื้นที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ พรรคยังเตรียมสานต่องานด้านกฎหมายที่ค้างอยู่จากสภาชุดที่ผ่านมา โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยยืนยันว่ากฎหมายใดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พรรคพร้อมให้การสนับสนุน

นายวสวรรธน์ยังกล่าวถึงจุดยืนต่อการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคไทรวมพลังจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งหรือขอร่วมรัฐบาล เนื่องจากต้องรักษามารยาททางการเมือง โดยเห็นว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งคือพรรคภูมิใจไทย ควรเป็นผู้เชิญพรรคอื่นเข้าร่วมรัฐบาล

“หากถามว่าประเทศไทยควรมีรัฐบาลที่เข้มแข็งหรือไม่ คำตอบคือใช่ และแม้เสียงของพรรคไทรวมพลังจะมีเพียง 6 เสียง แต่หากสามารถเข้าไปเติมพลังให้รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาประเทศได้ ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชน” นายวสวรรธน์กล่าว

หัวหน้าพรรคไทรวมพลังระบุด้วยว่า หากมีการติดต่ออย่างเป็นทางการ พรรคก็พร้อมเข้าร่วมสนับสนุนรัฐบาลเสียงข้างมาก โดยไม่มีเงื่อนไขหรือการต่อรองผลประโยชน์ พร้อมย้ำว่าพรรคให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่ง และหากได้รับการติดต่อก็จะไม่เล่นตัว

เมื่อถามถึงการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับพรรคภูมิใจไทย นายวสวรรธน์กล่าวว่า หลายนโยบายของทั้งสองพรรคมีความสอดคล้องกัน และหากมีโอกาสทำงานร่วมกันก็พร้อมจับมือเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน

ส่วนสถานการณ์ชายแดน นายวสวรรธน์กล่าวว่า แม้ในช่วงนี้จะยังไม่มีเหตุการณ์ที่น่ากังวล แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะสถานการณ์ยังมีความเปราะบาง โดยเฉพาะหากฝ่ายกัมพูชามีการเสริมกำลังหรือเพิ่มยุทโธปกรณ์ ซึ่งอาจสะท้อนว่าความตึงเครียดยังไม่ยุติ

อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นว่ากองทัพไทยมีศักยภาพในการดูแลสถานการณ์ชายแดน แต่ยอมรับว่าตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนักและต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

“การแก้ปัญหาชายแดนไม่สามารถทำให้จบได้ภายในวันสองวัน หรือเดือนสองเดือน แต่ต้องใช้แนวทางที่ยั่งยืน ทั้งเรื่องงบประมาณ การดูแลครอบครัวทหาร รวมถึงการเยียวยากำลังพลบางส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินตามที่รัฐบาลเคยประกาศไว้” นายวสวรรธน์กล่าว

นายวสวรรธน์ยังเรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ ทั้งสถานการณ์ชายแดนและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลาง พร้อมระบุว่าประเด็นเหล่านี้ควรเป็นวาระสำคัญที่ ส.ส.ทั้ง 500 คน ต้องร่วมกันผลักดันเพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม.