วิกฤตปลาหมอคางดำหนัก! รัฐบาลตั้ง Task Force 21 จังหวัด จ่ออัดงบเพิ่ม 350 ล้าน

สถานการณ์ปลาหมอคางดำยังน่าห่วง ลามกระทบระบบนิเวศและอาชีพประชาชน รัฐบาลงัด 7 มาตรการรับมือ พร้อมตั้งทีมเฉพาะกิจทุกจังหวัดที่พบการระบาด

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ว่า รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำงานเชิงรุก รวดเร็ว และเด็ดขาด เพื่อหยุดการแพร่กระจาย หลังสร้างผลกระทบทั้งต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการประกอบอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่

ปัจจุบันมีรายงานพบการระบาดของปลาหมอคางดำใน 21 จังหวัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงเตรียมตั้ง คณะกรรมการพิเศษ ขึ้นมากำกับการแก้ปัญหาโดยตรง พร้อมจัดตั้ง คณะเคลื่อนที่เร็วระดับจังหวัด หรือ Task Force ในทั้ง 21 จังหวัด เพื่อให้แต่ละพื้นที่มีเจ้าภาพรับผิดชอบชัดเจน สามารถประสานหลายหน่วยงานและลงพื้นที่ “ล่า-จับ-ควบคุม” ปลาหมอคางดำได้ทันที โดยลดขั้นตอนด้านเอกสารที่อาจทำให้การปฏิบัติงานล่าช้า

รองโฆษกฯ ระบุว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินหน้ามาตรการเชิงรุกแล้ว 7 ด้าน ประกอบด้วย การเร่งล่าและกำจัดปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อควบคุมจำนวน การนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปเป็นปุ๋ยหมักและปลาป่น การปิดกั้นพื้นที่เสี่ยงไม่ให้ระบาดไปยังแหล่งน้ำใหม่ การดึงชุมชนและอาสาสมัครเข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวัง การใช้เทคโนโลยีตรวจวิเคราะห์ DNA และระบบ Tracking เพื่อติดตามการกระจายตัว ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศหลังควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่ต้องจับตาคือ งบประมาณในการสกัดการระบาด หลังรัฐบาลวางกรอบงบประมาณปี 2570 ไว้ประมาณ 70-90 ล้านบาท แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับขยายวงกว้างมากขึ้น จนอาจทำให้งบที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้หารือและรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบในหลักการแล้ว โดยอาจต้องขอรับการสนับสนุน งบกลางเพิ่มเติมประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเดินหน้าควบคุม กำจัด และฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบได้อย่างครอบคลุม

รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งตัดวงจรการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำให้เร็วที่สุด ก่อนขยายพื้นที่และสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ รวมถึงปากท้องของประชาชนมากไปกว่านี้