วุฒิไฟเขียว ‘ขจรเดช’ นั่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดินคนใหม่ ‘หมอเปรม’ ฝากปมตึกสตง.ถล่ม

วุฒิสภาไฟเขียวเลือก “ขจรเดช เจนพัฒนานนท์” นั่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ด้าน “นพ.เปรมศักดิ์” อภิปรายเดือดปมตึกสตง.ถล่มข้ออ้างแบบแปลนผิดดูถูกคนไทย ฝากการบ้านใหญ่บี้ล้างบางทุจริต-ห้ามเลี้ยงดูปูเสื่อ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตามที่คณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมได้เสนอชื่อ นายขจรเดช เจนพัฒนานนท์ โดยบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างเข้มข้น เมื่อ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้ลุกขึ้นอภิปรายท้วงติงและฝากข้อห่วงใยถึงผู้ได้รับการเสนอชื่ออย่างดุเดือด

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการตรวจสอบและป้องกันปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ทุกวันนี้ตนเดินทางไปไหนมาไหน มักจะมีประชาชนสอบถามอยู่ตลอดเวลาว่า กรณีตึก สตง. ถล่ม เรื่องราวคดีไปถึงไหนแล้ว และใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบ แสดงให้เห็นว่าประชาชนติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ดังนั้น การเลือกกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในครั้งนี้จึงมีความสำคัญมาก เมื่อได้รับเลือกเข้าไปแล้ว ขอให้ทำการบ้านในประเด็นที่ประชาชนคาใจว่า คดีตึกถล่มจะลงเอยอย่างไร ใครเป็นผู้กระทำผิด และจะดำเนินการอย่างไรกับผู้เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือการรู้เห็นเป็นใจทั้งสองฝ่าย

“การจะมาอ้างว่าแบบแปลนผิดนั้น ไม่มีใครรับได้ มันดูเหมือนเป็นการดูถูกพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศมากจนเกินไป ว่าที่ตึกถล่มเพราะแบบแปลนมีปัญหา หากแบบแปลนมีปัญหาจริง ผู้อนุมัติแบบแปลนนั้นคือใคร ก็ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

สว.เปรมศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงประวัติของ นายขจรเดช ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษามาก่อน โดยเชื่อมั่นว่าคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ได้ตรวจสอบด้วยความรอบคอบแล้ว แต่เมื่อเข้าไปทำหน้าที่แล้ว อยากให้รายงานผลการดำเนินงานให้วุฒิสภาทราบเป็นระยะ พร้อมทั้งฝากข้อสังเกตเรื่องการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่บางพื้นที่อาจเกิดคดีที่ไม่ชอบมาพากล มีการกลั่นแกล้งผู้ที่ไม่ได้ “เลี้ยงดูปูเสื่อ” ขณะที่บางพื้นที่ซึ่งมีปัญหาชัดเจนกลับรอดพ้นข้อครหา จึงอยากให้ นายขจรเดช เข้าไปกวาดล้างและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนว่าพนักงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

นอกจากนี้ นพ.เปรมศักดิ์ ยังได้กล่าวถึงประเด็นโครงสร้างทางกฎหมาย โดยระบุว่าการดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีวาระการดำรงตำแหน่งที่ยาวนาน (7-9 ปี) แต่สมาชิกรัฐสภาทำได้เพียงลงมติเห็นชอบเพื่อทูลเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อดำรงตำแหน่งและบริหารงานไปแล้วเกิดปัญหาขึ้น สมาชิกรัฐสภาทำได้เพียงคอยตามแก้ปัญหานั่งดูตาปริบๆ โดยไม่มีอำนาจถอดถอนใดๆ ทั้งสิ้น ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของประชาชนและความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

“จึงอยากฝากข้อคิดและข้อสังเกตไปยังเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาว่า เมื่อไหร่ที่มีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรจะมีการบรรจุประเด็นการถอดถอนองค์กรอิสระไว้ด้วย โดยต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเพื่อถอดถอนได้ เพื่อไม่ให้องค์กรตรวจสอบไร้การตรวจสอบจากภาคประชาชนเช่นในปัจจุบัน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการประชุมลับแล้วที่ประชุมเห็นชอบให้นายขจรเดชเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 143 เสียง ไม่เห็นชอบไม่มี และงดออกเสียง 18 เสียง