สภาที่ 3 เปิดศึกตรวจสอบรัฐบาล ‘อดุลย์’ ชี้การเมืองยังไม่น่าไว้วางใจจับตาเงินกู้มหาศาล

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายอดุลย์ เชียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และผู้ก่อตั้ง “สภาที่ 3” (The Third Council Speak) แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ โดยระบุว่า ภายหลังประเทศไทยเผชิญวิกฤตพลังงาน รัฐบาลได้พยายามออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการเพื่อลดผลกระทบด้านค่าครองชีพ ซึ่งถือเป็นความพยายามที่ควรได้รับการชื่นชม

นายอดุลย์กล่าวว่า ต้องยอมรับในความตั้งใจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่เร่งออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน แม้มาตรการหลายอย่างจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ก็ช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม นายอดุลย์ มองว่ายังมีหลายประเด็นสำคัญที่รัฐบาลดำเนินการไม่คืบหน้า โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับผู้กักตุนน้ำมัน การปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน และการแก้ไขปัญหาการผูกขาดทางการค้า ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนสำคัญของภาคธุรกิจและส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน หากไม่เร่งแก้ไขอย่างจริงจัง ปัญหาเดิมอาจกลับมาสร้างความเดือดร้อนซ้ำอีกในอนาคต

นายอดุลย์ ยังแสดงความกังวลต่อสัญญาณการเกิด “คอร์รัปชันเชิงนโยบาย” ที่เริ่มปรากฏให้เห็นในหลายมิติ พร้อมเรียกร้องให้สังคมจับตาการใช้เงินกู้วงเงิน 200,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลเตรียมนำไปใช้ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ

“คำถามสำคัญคือ เงินก้อนนี้จะถูกใช้เพื่อปฏิรูปพลังงานและเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง หรือจะกลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่” นายอดุลย์กล่าว

ทั้งนี้ แม้นายกรัฐมนตรีจะจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต (คตท.) ขึ้นมา แต่ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้มากนัก เว้นแต่รัฐบาลจะมีผลงานเชิงประจักษ์ในการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจังและโปร่งใส

สำหรับบทบาทของฝ่ายค้าน นายอดุลย์มองว่า เริ่มทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น แม้บางพรรคการเมืองยังคงให้ความสำคัญกับนโยบายของพรรคมากกว่าความต้องการของประชาชนก็ตาม ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยังเปิดรับการตรวจสอบและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อระบอบประชาธิปไตย

นายอดุลย์ ยังเรียกร้องให้วุฒิสภาเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเห็นว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการลดความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ท่ามกลางวิกฤตทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

“ขออย่าให้มีการแก้ไขเนื้อหาจนผิดไปจากเจตนารมณ์เดิม เพราะอาจกลายเป็นชนวนของความขัดแย้งรอบใหม่ได้” นายอดุลย์กล่าว

นายอดุลย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ในเมื่อประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่เชื่อมั่นว่าระบบการเมืองจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุขได้ “สภาที่ 3” ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของภาคประชาชนมาตั้งแต่ปี 2562 จะยังคงเดินหน้าตรวจสอบ ชี้แนะ และสะท้อนปัญหาสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สภาที่ 3 เตรียมจัดเวทีเสวนาสาธารณะต่อเนื่องตลอดเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 โดยเริ่มจากเวที “แก้ไขสิ่งผิด” ในวันที่ 12 มิถุนายน ตามด้วยเวทีตรวจสอบปัญหาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ในวันที่ 19 มิถุนายน เวทีปฏิรูปโครงสร้างพลังงานในวันที่ 26 มิถุนายน และเวที “ทวงคืนสมบัติชาติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย” ในวันที่ 3 กรกฎาคม ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้สังคมร่วมแลกเปลี่ยนและตรวจสอบประเด็นสาธารณะสำคัญของประเทศ