สว.ไฟเขียวงบ 3.788 ล้านล้าน นายกฯลั่นทุกบาทต้องโปร่งใส-ตรวจสอบได้

วุฒิสภาโหวต 145 ต่อ 5 เสียง ไฟเขียวงบปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท “อนุทิน” บินกลับจากนอร์เวย์ตรงเข้าสภา ย้ำใช้ทุกบาทโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ซึ่งมี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท หลังผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา

ภายหลังสมาชิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมมีมติ 145 ต่อ 5 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยงดออกเสียง 12 เสียง พร้อมเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ไปยังคณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการต่อไป

ระหว่างการชี้แจง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า งบประมาณปี 2570 ถือเป็นงบประมาณปีแรกที่รัฐบาลชุดนี้จัดทำ พร้อมส่งสัญญาณว่า หากประเทศไทยยังบริหารงบประมาณด้วยรูปแบบเดิมต่อไป ภายใน 2 ปีข้างหน้าอาจเผชิญข้อจำกัดจนยากที่จะเดินหน้าประเทศได้

สาเหตุสำคัญมาจากภาระ รายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เบี้ยผู้สูงอายุ และรายจ่ายผูกพันต่างๆ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเริ่มเดินหน้า ปฏิรูประบบราชการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายจ่ายประจำภาครัฐ

นายภราดร ยังชี้แจงกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ใช่เพราะเป็น “กระทรวงลูกเทพ” ตามเสียงครหา แต่เป็นผลจากภารกิจสำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) หรือโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์กลางภาครัฐ

เดิมหน่วยงานภาครัฐต่างๆ มีความต้องการใช้งบประมาณด้านคลาวด์รวมกว่า 9,000 ล้านบาท กระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ รัฐบาลจึงต้องการรวมการใช้งานเข้าสู่คลาวด์กลาง เพื่อลดความซ้ำซ้อนและต้นทุน โดยตั้งงบไว้ประมาณ 6,000 ล้านบาท หรือลดลงราว 3,000 ล้านบาท

ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ประเทศนอร์เวย์ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ได้เดินทางเข้าร่วมรับฟังการพิจารณาของวุฒิสภาด้วยตนเอง

นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึกเสียดายที่ระหว่างการพิจารณาร่างงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ตนติดภารกิจอยู่ต่างประเทศจึงไม่ได้มารับฟังด้วยตัวเอง แต่เมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา จึงตั้งใจเดินทางมาพบสมาชิกวุฒิสภาด้วยตนเอง

นายกรัฐมนตรีขอบคุณวุฒิสภาที่ให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 พร้อมระบุว่า งบประมาณถือเป็น เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาระบบราชการให้ตอบสนองประชาชน

นายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลจะนำข้อคิดเห็น คำแนะนำ และความห่วงใยของวุฒิสภาไปประกอบการปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้งบประมาณเกิดความคุ้มค่าและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

พร้อมให้คำมั่นว่า งบประมาณที่ผ่านความเห็นชอบจะต้องถูกนำไปใช้ ตรงตามวัตถุประสงค์ โปร่งใส มีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ และที่สำคัญต้องตรวจสอบได้ โดยรัฐบาลจะกำกับติดตามการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสถานการณ์ประเทศและโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จากนั้นประธานสั่งปิดการประชุมในเวลา 15.45 น. โดยวุฒิสภาใช้เวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 รวมทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง 45 นาที ก่อนมีมติเห็นชอบส่งร่างกฎหมายเดินหน้าสู่ขั้นตอนต่อไป