
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยเริ่มต้นช่วงเช้าที่สวนธนบุรีรมย์ ร่วมกับ นายพงศ์พัทธ์ เปี่ยมสวัสดิ์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตทุ่งครุ หมายเลข 5 ก่อนเดินทางต่อไปยังตลาดเช้าซอยสุขสวัสดิ์ 38 พร้อมนายไสว โชติกะสุภา ผู้สมัคร สก. เขตราษฎร์บูรณะ หมายเลข 2 ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนที่เข้ามาทักทายและสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นายอนุชา กล่าวว่า ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนในพื้นที่ราษฎร์บูรณะและทุ่งครุกำลังเผชิญ คือปัญหาการจราจรติดขัดอย่างหนัก อันเป็นผลจากโครงการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนและการขยายตัวของชุมชน หมู่บ้านจัดสรร รวมถึงสถานศึกษาจำนวนมาก ส่งผลให้การเดินทางในระยะทางสั้น ๆ ต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอแนวคิด “รถฟีดเดอร์ (Feeder) ขนาดเล็ก” หรือมินิบัส วิ่งรับส่งประชาชนภายในชุมชนและตรอกซอกซอยต่าง ๆ เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลัก โดยประชาชนสามารถเดินออกจากบ้านเพียง 100-200 เมตร ก็สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ทันที ลดความจำเป็นในการใช้รถยนต์ส่วนตัว และเพิ่มความสะดวกในการเดินทางประจำวัน

นอกจากนี้ นายอนุชายังให้ความสำคัญกับปัญหาน้ำท่วมขังและน้ำเน่าเสีย ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า กทม. ยุคใหม่ไม่ควรรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้ไข แต่ต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
“เราจะนำเทคโนโลยี Internet of Things หรือ IoT เข้ามาติดตั้งตามประตูระบายน้ำและจุดสำคัญต่าง ๆ เพื่อวัดระดับน้ำแบบเรียลไทม์ และสั่งการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำอัตโนมัติ ช่วยบริหารจัดการน้ำได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายอนุชา กล่าว

พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหาน้ำเน่าเสียจำนวนมากเกิดจากสภาพน้ำนิ่ง ขาดการไหลเวียน จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการระบบประตูระบายน้ำให้สอดคล้องกับจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง เพื่อให้น้ำในคูคลองเกิดการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ลดปัญหากลิ่นเหม็นและฟื้นฟูคุณภาพน้ำในระยะยาว
ส่วนปัญหาขยะสะสมในพื้นที่การเคหะแห่งชาติ ซึ่งยังมีข้อจำกัดด้านอำนาจหน้าที่และกฎหมาย นายอนุชามองว่า กรุงเทพมหานครควรเข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือ เพื่อให้การจัดเก็บและบริหารจัดการขยะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะนำไปสู่เป้าหมาย “เดินทางสะดวก เมืองสะอาด และชีวิตสบาย” ของคนกรุงเทพฯ

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งในช่วง 18 วันสุดท้าย ที่เริ่มมีการตรวจสอบและการโจมตีทางการเมืองระหว่างผู้สมัครมากขึ้น นายอนุชาระบุว่า การตรวจสอบถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย และผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ควรมีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน
นายอนุชา ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและความโปร่งใสมาโดยตลอด จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านงบประมาณและโครงการต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร เพื่อค้นหาความผิดปกติหรือจุดที่อาจมีข้อสงสัยในการใช้งบประมาณ

“เราพร้อมตรวจสอบทุกความผิดปกติ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนส่งข้อมูลเข้ามาได้โดยตรง AI จะช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้ร้องเรียนและผู้ถูกกล่าวหา เป้าหมายสำคัญคือการทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังการใช้อำนาจรัฐ” นายอนุชา กล่าว



