
นายกรัฐมนตรีปัดดีลลับดึง “กล้าธรรม” ร่วมรัฐบาล ลั่นไม่กังวลถูกอภิปรายชี้เป็นกลไกประชาธิปไตย พร้อมปล่อยมุกแซว “พลพีร์” รอดซักฟอกคนเดียวมีหนาวๆ ร้อนๆ
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วันว่า เรื่องกรอบเวลาและช่วงเวลาที่จะอภิปรายนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป) ขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานมาอย่างเป็นทางการ รอให้ผู้เกี่ยวข้องได้หารือกันก่อน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจงใจเว้นการยื่นอภิปรายพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างความร้าวฉานในพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะการทำงานร่วมกันย่อมมีมารยาททางการเมืองต่อกันอยู่แล้ว พร้อมกันนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความมั่นใจในเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ตอบสั้นๆ ด้วยความมั่นใจว่า “มั่นใจ”
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้ามาช่วยสนับสนุนรัฐบาล และมีความเป็นไปได้ที่จะดึงมาร่วมรัฐบาลหลังศึกอภิปรายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า “สาธุ” พร้อมระบุว่าไม่ได้มีการพูดคุยหรือมีดีลลับอะไรกันล่วงหน้าทั้งสิ้น หากพรรคกล้าธรรมจะช่วยหนุนรัฐบาลก็ยินดี ส่วนกระแสข่าวเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการอภิปรายนั้น ยืนยันว่ายังไม่ได้คิดถึงเรื่องดังกล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยถูกอภิปรายหมดยกเว้นรัฐมนตรีช่วยว่าการ นายอนุทิน กล่าวด้วยอารมณ์ขันว่า ตอนนี้คนในพรรคภูมิใจไทยที่กลัวถูกปรับไม่ใช่คนโดนซักฟอก แต่เป็นคนที่ไม่โดนต่างหาก พร้อมกันนี้ได้หันไปชี้ตัว นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ยืนอยู่ด้านหลัง จนเจ้าตัวถึงกับหลุดหัวเราะออกมา นายอนุทินจึงกระเซ้าต่อว่า “คนนี้หนาวๆ ร้อนๆ ที่จะหลุดจาก มท.2 เพราะรอดโดนอภิปรายอยู่คนเดียว เอาตัวรอดคนเดียว” ทำให้นายพลพีร์ต้องยกมือไหว้ทันที
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความพร้อมในการรับมือฝ่ายค้านว่า รัฐบาลมีความห่วงกังวลและต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน เนื่องจากตนเป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจฟังคำแนะนำและข้อคิดเห็นจากการอภิปรายของฝ่ายค้านอยู่เสมอ และมักจะนำข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ไปปฏิบัติตาม พร้อมให้เครดิตฝ่ายค้านในฐานะผู้ให้คำแนะนำที่ดี
“เราพยายามทำให้การอภิปรายครั้งนี้เป็นแฟร์เกมมากที่สุด ผมไม่ได้มองว่านี่เป็นการจ้องทำลายรัฐบาล หรือทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐมนตรี แต่นี่คือกระบวนการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายถึงการเตรียมข้อมูลว่า เป็นธรรมดาที่รัฐมนตรีทุกคนจะต้องเตรียมข้อมูลให้รัดกุมที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้สามารถชี้แจงข้อซักถามหรือประเด็นที่ถูกพาดพิงได้อย่างเคลียร์ชัดเจน โดยตนมีความมั่นใจว่ารัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมในการชี้แจงต่อสภาอย่างแน่นอน
