‘อนุทิน’ สั่งทุกหน่วยเร่งเครื่องพัฒนาภาคใต้-กวาดล้างยาเสพติดคืนสันติสุขอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 17 เมษายน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) นำคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานด้านความมั่นคงลงพื้นที่จังหวัดยะลา ประชุมติดตามสถานการณ์และกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนที่เฝ้ารอการเปลี่ยนแปลง

การประชุมจัดขึ้นที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมี บุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจากทั้งฝ่ายพลเรือนและความมั่นคง

นายอนุทินกล่าวอย่างหนักแน่นว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่คือ “การยืนยัน” ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาชายแดนใต้อย่างแท้จริง พร้อมเดินหน้าแก้ไขอย่างเป็นระบบ หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา

“เราจะนำสันติสุขกลับคืนมาให้ได้” คำกล่าวนี้สะท้อนความตั้งใจของรัฐบาล ที่ยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่ง “ความเข้าใจ” ต้องลึกและทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนเร็ว “เข้าถึง” ต้องลงพื้นที่จริง สร้างความไว้วางใจ และ “พัฒนา” ต้องตอบโจทย์ชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน หากข้ามขั้นตอนใดไป ปัญหาจะยิ่งซับซ้อน

เร่งเครื่องเศรษฐกิจฐานราก – แก้ปากท้องด่วน

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งผลักดันเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมเร่งประชุม กพต. เพื่อให้โครงการสำคัญเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมโดยไม่ล่าช้า

ประกาศกร้าว! สงครามยาเสพติดต้องจบ

อีกหนึ่งประเด็นร้อนคือการปราบปรามยาเสพติด โดยเน้นความร่วมมือทุกภาคส่วน ตั้งแต่ฝ่ายปกครอง ความมั่นคง ชุมชน ไปจนถึงผู้นำศาสนา
นายอนุทินย้ำชัด ข้าราชการห้ามยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดร้ายแรง รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่เพิกเฉยก็จะถูกลงโทษเช่นกัน

ดันพลังงานสะอาด ลดภาระประชาชน

รัฐบาลยังมองไกลถึงอนาคต ด้วยการผลักดัน “พลังงานทดแทน” เช่น โซลาร์เซลล์ชุมชน และพลังงานชีวมวล เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและลดค่าครองชีพในระยะยาว

ปฏิรูปการศึกษา ตอบโจทย์พื้นที่

ด้านการศึกษา มีการสั่งการให้วางระบบใหม่ให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ เพื่อให้เยาวชนสามารถแข่งขันได้

นายอนุทินยังย้ำว่า เป้าหมายของทุกฝ่ายมีเพียงหนึ่งเดียว “สันติสุขที่ยั่งยืน และชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในชายแดนใต้”

ภารกิจครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การลงพื้นที่ธรรมดา แต่คือ “บททดสอบสำคัญ” ว่ารัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนความหวัง…ให้กลายเป็นความจริงได้หรือไม่