“เท้ง ณัฐพงษ์”ยันพรรคส้มมีไม้เด็ดเปิด 6 ก.พ.นี้จะสร้างแรงสั่นสะเทือนแน่นอน

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาชน ออกโรงเตือนประชาชนให้จับตาการปราศรัยของบางพรรคการเมืองที่พยายามปลุกกระแสชาตินิยมในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการหยิบยกสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ท่ามกลางความกังวลของสื่อมวลชนว่า หากเกิดเหตุปะทะขึ้นอีกครั้งจะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ไม่ว่าสถานการณ์ใดจะเกิดขึ้น หน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คือการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างราบรื่น โปร่งใส และถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมขอให้ประชาชนติดตามอย่างรอบคอบว่า การสื่อสารของนักการเมืองเหล่านั้นเป็นความรักชาติอย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงการใช้ “ชาตินิยม” เพื่อแลกคะแนนเสียง

“สำหรับผม คำว่ารักชาติ หมายถึงรักประชาชน ไม่ใช่การเข้าไปการเมืองเพื่อถอนทุน แล้วนำเงินมาใช้ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพื่อเอาชนะการเลือกตั้งในครั้งต่อไป” นายณัฐพงษ์กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาชน ยังกล่าวถึงกระแสโจมตีทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนและหลังปรากฏการณ์ “ส้มแลนด์สไลด์” ว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะกระแสของพรรคประชาชนทำให้กลุ่มคนส่วนน้อยที่เคยได้ประโยชน์จากโครงสร้างการเมืองเดิมเริ่มรู้สึกหวาดกลัว จึงพยายามสร้างข่าวโจมตีจากทุกทิศทาง สิ่งเดียวที่พรรคพึ่งพาได้คือเสียงของประชาชน พร้อมขอให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งต้นทาง โดยเฉพาะคำอธิบายจากหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคประชาชนโดยตรง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวบิดเบือน

ในประเด็นการโจมตีการปราศรัยของพรรคประชาชน โดยเฉพาะเรื่อง “ประกันสังคม” นายณัฐพงษ์ ชี้แจงว่า มีการนำความเห็นส่วนตัวเมื่อหลายปีก่อน ตั้งแต่ปี 2566 มาบิดเบือนโจมตี ยืนยันชัดเจนว่า นโยบายพรรคไม่มีเรื่องการให้ชาวต่างชาติเข้าไปนั่งในบอร์ดประกันสังคม “100% ไม่มีในนโยบายพรรค” และสามารถตรวจสอบได้จากเว็บไซต์พรรคโดยตรง

ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงกรณีถูกโจมตีเรื่องการร้องเพลงชาติจากคลิปดีเบตที่ถูกตัดต่อว่า ยืนยันในฐานะหัวหน้าพรรคว่า ตนร้องเพลงชาติ เพียงแต่อาจไม่ได้ร้องดังหรือขยับปากมากเท่าคนอื่น ความรักชาติไม่ควรวัดจากเสียงร้อง แต่ควรวัดจากการกระทำ

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงการต่อสู้คดีที่ถูกบริษัทเอกชนฟ้องร้อง จากการผลักดันนโยบายลดค่าไฟฟ้า โดยยืนยันว่า เป็นความพยายามเรียกร้องให้รัฐทบทวนระบบสัมปทานและการผูกขาด เพื่อประโยชน์ของประชาชน พร้อมยกตัวอย่างแกนนำพรรคหลายคนที่เผชิญคดีความจากการตรวจสอบอำนาจรัฐ เช่น น.ส.รักชนก ศรีนอก และนายรังสิมันต์ โรม

“บาดแผลจากการถูกฟ้องร้อง คือราคาที่เราต้องจ่าย เพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้” นายณัฐพงษ์กล่าว

พร้อมกันนี้ นายณัฐพงษ์ ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และมอบคะแนนเสียงให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ รวมถึงประชามติเห็นชอบอีก 1 ใบ โดยให้คำมั่นว่า หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล จะเดินหน้านโยบายทุกด้านเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่

ส่วน “ไม้เด็ด” ช่วงโค้งสุดท้าย นายณัฐพงษ์ ระบุสั้นๆ ว่า จะเปิดบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชน วันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมย้ำว่า ยังมี “ช็อตสุดท้าย” ที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองอย่างแน่นอน