‘เสรีพิศุทธ์’ เปิดศึกเขากระโดงจ่อยื่น ป.ป.ช.-กกต.เชือด ‘อนุทิน-ไชยชนก’

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.พรรคเสรีรวมไทย เปิดเกมรุกครั้งใหญ่ เดินหน้าลุยปมที่ดิน “เขากระโดง” จังหวัดบุรีรัมย์ ยื่นทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาผิด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายไชยชนก ชิดชอบ สส.พรรคภูมิใจไทยรมว.ดีอี พร้อมข้าราชการระดับสูง ปมถูกกล่าวหาละเว้นการเพิกถอนเอกสารสิทธิในพื้นที่ที่ศาลตัดสินเด็ดขาดแล้วว่าเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก คือ การยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดทางอาญากับผู้เกี่ยวข้อง และการยื่นผ่าน กกต. เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และ “มาตรฐานทางจริยธรรม” โดยย้ำว่า สาเหตุที่ต้องใช้ช่องทางผ่าน กกต. เพราะไม่สามารถรวบรวมรายชื่อ สส.ฝ่ายค้าน เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ โดยมีเพียง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนเท่านั้น

“เอกสารทั้งหมดไม่ใช่แค่กระดาษไม่กี่แผ่น แต่จัดทำละเอียดเหมือนสำนวนสอบสวน มีทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานครบถ้วน เพราะผมทำงานสอบสวนมา ผมรู้ว่าศาลต้องการอะไร” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

สำหรับ คำร้องต่อ ป.ป.ช. มีการกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องรวม 4 ราย ได้แก่ นายอนุทิน นายไชยชนก ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน ว่าอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินของรัฐ และความผิดตาม พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อ้างว่า มีคำพิพากษาของศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลปกครองกลาง รวม 4 คดี ที่ชี้ชัดว่า พื้นที่เขากระโดงกว่า 5,083 ไร่ ใน ต.อิสาณ และ ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. และต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมด แต่จนถึงปัจจุบันกลับยังไม่มีการดำเนินการอย่างครบถ้วน พื้นที่ดังกล่าวยังครอบคลุมถึงสนามฟุตบอล สนามแข่งรถจักรยานยนต์ และกิจการธุรกิจหลายแห่งที่เชื่อมโยงกับตระกูลชิดชอบ ซึ่งยังคงดำเนินกิจการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

“เมื่อศาลตัดสินถึงที่สุดแล้ว ผู้ครอบครองควรคืนพื้นที่ให้รัฐ ไม่ใช่ยังดำเนินกิจการต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังพาดพิงถึงการทำงานของกรมที่ดิน โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการเริ่มเพิกถอนเอกสารสิทธิไปบางส่วน แต่หลังอธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้นลาออก กระบวนการกลับหยุดชะงัก ทั้งที่คำพิพากษาศาลชัดเจนแล้วว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของรัฐ ในส่วนของ นายไชยชนก แม้ไม่มีอำนาจโดยตรงเกี่ยวกับการเพิกถอนที่ดิน แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เห็นว่า ในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับการถือครองและบริหารกิจการในพื้นที่ อาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกที่ดินของรัฐเช่นกัน

นอกจากนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังตั้งคำถามไปยังพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนที่ปฏิเสธร่วมลงชื่อสนับสนุนคำร้อง โดยมองว่า หากเชื่อว่าปัญหานี้เป็นเรื่องการทุจริตจริง เหตุใดจึงไม่กล้าร่วมดำเนินการ ทั้งที่เป็นเรื่องผลประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

“ผมไม่มีที่ดินในบุรีรัมย์แม้แต่ตารางนิ้วเดียว สิ่งที่ทำเพราะต้องการปกป้องทรัพย์สินของรัฐ ถ้ารัฐเอาที่ดินกลับมาบริหารจัดการได้ จะมีรายได้มหาศาลเข้าประเทศ” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังประกาศเตรียมลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่เขากระโดง โดยจะประสานตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์เข้าร่วมตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและธุรกิจในพื้นที่

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยอมรับว่า การยื่นเรื่องผ่าน กกต. อาจไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายนัก แต่ยังเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ เพราะมีคำพิพากษาศาลรองรับอย่างชัดเจน และหากหน่วยงานใดดึงเรื่องไว้โดยไม่ดำเนินการ ก็อาจถูกตั้งคำถามจากสังคมว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่