เหยื่อสอบท้องถิ่นร้องผู้นำฝ่ายค้านวอนอย่าเหมารวมคนบริสุทธิ์ จี้เรียกบรรจุตามบัญชี-ล่าคนโกง

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายสหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน รับหนังสือจากตัวแทนผู้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้โดยสุจริต ประจำปี 2568 เพื่อขอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้สอบแข่งขันได้โดยสุจริต และเดินหน้าเรียกรายงานตัวผู้ขึ้นบัญชีตามลำดับ เพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นตามกำหนด

ตัวแทนผู้ร้องระบุว่า ผู้สอบแข่งขันที่มายื่นหนังสือทั้งหมดได้เข้าสอบและผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดด้วยความสุจริต โปร่งใส และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบในการสอบแต่อย่างใด พร้อมยืนยันสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษามาตรฐานและความน่าเชื่อถือของระบบบริหารงานบุคคลภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ร้องเห็นว่า การสอบสวนควรยึดหลัก “ความรับผิดเฉพาะตัว” โดยดำเนินคดีกับเฉพาะผู้ที่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับการกระทำผิด ไม่ควรให้ผู้สอบผ่านโดยสุจริตต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำของบุคคลอื่น เนื่องจากการชะลอการเรียกรายงานตัวหรือระงับการใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันทั้งระบบโดยไม่มีกำหนดเวลา ได้สร้างผลกระทบต่อการดำรงชีพ การวางแผนอนาคต ภาระครอบครัว และความคาดหวังอันชอบด้วยกฎหมายของผู้สอบผ่านจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่ยังมีตำแหน่งว่างและจำเป็นต้องใช้บุคลากรในการปฏิบัติราชการและให้บริการประชาชน

ผู้ร้องจึงเสนอให้รัฐบาลกำหนดแนวทางดำเนินการ 4 ประการ ได้แก่ ให้เดินหน้าเรียกรายงานตัวและบรรจุผู้ขึ้นบัญชีในลำดับถัดไปที่ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวข้องกับการทุจริต แยกการสอบสวนและการดำเนินคดีเป็นรายบุคคล คุ้มครองสิทธิของผู้สอบแข่งขันได้โดยสุจริต และเร่งรัดการตรวจสอบพร้อมเปิดเผยความคืบหน้าต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและการบริหารงานบุคคลภาครัฐ

ทั้งนี้ ผู้ร้องย้ำว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาแทรกแซงการสอบสวนของหน่วยงานรัฐ แต่ต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ขณะเดียวกัน ผู้ที่สอบผ่านด้วยความรู้ความสามารถของตนเองก็ควรได้รับการคุ้มครองสิทธิ และได้รับการเรียกรายงานตัวเพื่อบรรจุตามลำดับบัญชีโดยไม่ต้องถูกชะลอสิทธิจากความผิดของบุคคลอื่น พร้อมย้ำว่า “ความยุติธรรมที่แท้จริง” ไม่ใช่การระงับสิทธิของทุกคนเพื่อรอผลสอบสวน แต่คือการลงโทษผู้กระทำผิด พร้อมคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ให้ได้รับความเป็นธรรม

ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณตัวแทนผู้ร้องที่เดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมยอมรับว่าเชื่อมั่นว่าผู้สอบแข่งขันส่วนใหญ่เป็นผู้ที่สอบผ่านด้วยความสุจริต และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการสอบ แม้รัฐบาลอาจมีเจตนาดีในการปราบปรามการทุจริต แต่การดำเนินการในลักษณะเหมารวมกลับส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก

ผู้นำฝ่ายค้านยืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาดังกล่าว โดยเตรียมยื่นกระทู้ถามรัฐบาลในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงผลักดันเรื่องนี้ผ่านคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นายณัฐพงษ์กล่าวทิ้งท้ายว่า เวทีที่เหมาะสมที่สุดในการติดตามตรวจสอบเรื่องนี้คือรัฐสภา เพราะเป็นเวทีที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนร่วมตรวจสอบ ต่างจากการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายในฝ่ายบริหารที่เป็นการดำเนินการของฝ่ายเดียว พร้อมระบุว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจในการคลี่คลายปัญหา ก็ไม่ควรหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐสภา ซึ่งพรรคประชาชนจะเดินหน้าผลักดันประเด็นนี้อย่างเต็มที่ต่อไป